นักดาราศาสตร์เผยภาพน่าทึ่งแสดงวงแหวนของดาวยูเรนัสแปลกมากไม่เหมือนใคร

ดาวเสาร์มีวงแหวนที่สวยงามโดดเด่นแต่มันก็ไม่ได้เป็นดาวเคราะห์ดวงเดียวในระบบสุริยะที่มีวงแหวนล้อมรอบ ดาวยูเรนัสเป็นดาวเคราะห์อีกดวงที่มีวงแหวนและมีถึง 13 วงแม้ว่าปกติเราไม่สามารถมองเห็นมันถ้าไม่มีกล้องโทรทัศน์ขนาดใหญ่ ล่าสุดนักดาราศาสตร์ได้ถ่ายภาพความร้อนของดาวยูเรนัสที่เผยรายละเอียดของวงแหวนซึ่งแปลกแตกต่างไปจากวงแหวนของดาวเคราะห์อื่นทั้งหมด รวมทั้งสามารถวัดอุณหภูมิของพวกมันได้เป็นครั้งแรกด้วย

พวกเรารู้จักวงแหวนของดาวเสาร์มาตั้งแต่ปี 1610 แต่วงแหวนอันบางเบาของดาวยูเรนัสเพิ่งถูกค้นพบครั้งแรกเมื่อปี 1977 และมีการค้นพบวงแหวนเพิ่มอีกเมื่อยานวอยเอเจอร์ 2 บินเฉียดผ่านมันในปี 1986 วงแหวนของดาวยูเรนัสสะท้อนแสงในแถบที่ตามองเห็นและแถบใกล้อินฟราเรดได้เพียงเล็กน้อยซึ่งทำให้สามารถมองเห็นมันได้ยากมาก

ทีมนักดาราศาสตร์ใช้กล้องโทรทรรศน์ Atacama Large Millimeter/submillimeter Array (ALMA) และ the Very Large Telescope (VLT) ทำการจับภาพความร้อนที่ถูกปล่อยออกมาจากดาวยูเรนัสและวงแหวนของมันเป็นครั้งแรก ภาพถ่ายอันน่าทึ่งนี้มองเห็นแถบสีเข้มรอบดวงดาวนั่นคือชั้นบรรยากาศด้านบนซึ่งมีโมเลกุลที่ดูดซับคลื่นวิทยุอยู่จำนวนมาก ขณะที่จุดสว่างตรงขั้วเหนือบ่งชี้ว่าบริเวณนั้นปราศจากโมเลกุลพวกนี้

uranus-rings-2

อุณหภูมิของวงแหวนที่ทีมนักดาราศาสตร์วัดได้ดูเหมือนจะอุ่นขึ้นมาพอควรเมื่อเทียบกับชั้นบรรยากาศที่เย็นจัดถึง -224 °C ซึ่งได้ชื่อว่าหนาวเย็นที่สุดในระบบสุริยะ แต่ว่ามันก็ยังเย็นจัดอยู่ดีเพราะว่าพวกเขาวัดอุณหภูมิวงแหวนได้ -195.6° C

uranus-rings-3

และที่น่าสนใจมากอีกอย่างคือการสังเกตการณ์ครั้งนี้ยังช่วยยืนยันว่าวงแหวนของดาวยูเรนัสที่สว่างที่สุดและหนาแน่นที่สุดซึ่งเรียกว่าวงแหวนเอปไซลอน (ε) นั้นมีความแตกต่างจากวงแหวนของดาวเคราะห์อื่นอย่างมาก

uranus-rings-4

“วงแหวนของดาวเสาร์นั้นกว้าง สว่าง และประกอบด้วยอนุภาคที่มีขนาดหลากหลายตั้งแต่ฝุ่นเล็กจิ๋วระดับไมครอนที่วงแหวนด้านในสุดไปจนถึงขนาดใหญ่หลายสิบเมตรในวงแหวนหลัก” Imke de Pater ศาสตราจารย์ด้านดาราศาสตร์จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์กล่าว “อนุภาคขนาดเล็กในวงแหวนหลักของดาวยูเรนัสกลับหายไป วงแหวนเอปไซลอนประกอบด้วยก้อนหินขนาดลูกกอล์ฟขึ้นไปจนถึงขนาดใหญ่”

สำหรับวงแหวนของดาวพฤหัสส่วนใหญ่ประกอบด้วยอนุภาคขนาดเล็กไปจนถึงเล็กมากระดับไมครอน ส่วนวงแหวนของดาวเนปจูนก็ประกอบด้วยฝุ่นเป็นส่วนใหญ่ หรือแม้กระทั่งของดาวยูเรนัสเองก็มีแถบของฝุ่นขนาดกว้างในระหว่างวงแหวนหลักที่แคบ

“เรารู้อยู่แล้วว่าวงแหวนเอปไซลอนแปลกกว่าวงแหวนอื่นเพราะเราไม่พบวัตถุขนาดเล็ก” Edward Molter หนึ่งในทีมวิจัยกล่าว “มีบางอย่างกวาดพวกอนุภาคขนาดเล็กออกไปหมดหรือมันอาจจะรวมกลุ่มจับกันเป็นก้อน เรายังไม่รู้ นี่เป็นขั้นตอนการทำความเข้าใจกับองค์ประกอบของพวกมัน และบางทีวงแหวนทั้งหมดอาจมาจากวัสดุแหล่งเดียวกันหรือแตกต่างกันในแต่ละวงแหวน”

วงแหวนอาจจะเกิดจากหลายรูปแบบ เช่น อาจเป็นดาวเคราะห์น้อยที่ถูกจับด้วยแรงโน้มถ่วงของดาวเคราะห์, เศษซากของดวงจันทร์ที่ชนกันเองจนแตกเป็นเสี่ยงๆ, เป็นเศษซากของดวงจันทร์ที่ถูกฉีกออกเมื่อเข้ามาใกล้ยูเรนัสมากๆ หรืออาจจะเป็นเศษซากที่เหลือจากการก่อตัวเมื่อ 4.5 พันล้านปีก่อนก็เป็นได้

นอกจากนี้วัตถุในวงแหวนของดาวยูเรนัสยังมืดดำกว่าวัตถุในวงแหวนของดาวเสาร์ และตัววงแหวนก็แคบกว่าของดาวเสาร์มาก
“วงแหวนของยูเรนัสมีองค์ประกอบที่แตกต่างไปจากวงแหวนหลักของดาวเสาร์ มันมืดมากคล้ายกับถ่านชาร์โคล” Molter กล่าว “และมันยังแคบมากเมื่อเทียบกับวงแหวนของดาวเสาร์ วงแหวนเอปไซลอนที่กว้างที่สุดแล้วยังกว้างเพียง 20 – 100 กิโลเมตรเท่านั้น ในขณะที่วงแหวนดาวเสาร์กว้างถึงหลายพันกิโลเมตร”

 

ข้อมูลและภาพจาก  berkeley.edu, newatlas



Leave a Reply

Your email address will not be published.