10 สุดยอดนักประดิษฐ์ผู้ยิ่งใหญ่ตลอดกาลของโลกกับผลงานเด่นและวาทะเด็ด

นักประดิษฐ์คือผู้ที่สร้างสรรค์ คิดค้น พัฒนา สิ่งของเครื่องมือเครื่องใช้หรือเทคนิคและวิธีการ หรือสิ่งอื่นใดที่เป็นประโยชน์ซึ่งกลายมาเป็นนวัตกรรมใหม่อันมีบทบาทสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม ตลอดจนความเป็นอยู่ของมนุษย์มาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน การประดิษฐ์ส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์และวิศวกรรม แม้ว่านักประดิษฐ์อาจไม่จำเป็นต้องเป็นนักวิทยาศาสตร์หรือวิศวกร แต่ผู้ที่ประสบความสำเร็จในการประดิษฐ์ก็ต้องมีความรู้พื้นฐานหรือประสบการณ์ทางด้านวิทยาศาสตร์หรือวิศวกรรม ที่สำคัญต้องมีความพยายามและมุ่งมั่นในการสร้างผลงาน ในอดีตที่ผ่านมามีนักประดิษฐ์ชั้นแนวหน้ามากมายที่ได้สร้างสิ่งประดิษฐ์ซึ่งมีประโยชน์ต่อมนุษย์มาอย่างต่อเนื่องทุกยุคทุกสมัย

และต่อไปนี้คือ 10 สุดยอดนักประดิษฐ์ผู้ยิ่งใหญ่ของโลกกับผลงานเด่นและวาทะเด็ดของพวกเขา

1. นิโคลา เทสลา (Nikola Tesla)nikola-tesla-1

นิโคลา เทสลา (ค.ศ. 1856 – 1943) เป็นนักประดิษฐ์ นักฟิสิกส์ และวิศวกรไฟฟ้าชาวเซอร์เบียน-อเมริกัน เป็นผู้สร้างนวัตกรรมล้ำยุคที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่ง สิทธิบัตรของเทสลาและผลงานเชิงทฤษฎีของเขากลายเป็นพื้นฐานของระบบไฟฟ้ากระแสสลับที่ใช้งานทั่วโลกในปัจจุบันได้แก่ ระบบจ่ายกำลังหลายเฟส และมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับ เป็นผู้ประดิษฐ์และค้นพบเทคโนโลยีใหม่มากมาย เช่น ขดลวดเทสลา (Tesla coil) เครื่องวัดความเร็วติดรถยนต์ เครื่องกระจายเสียงผ่านวิทยุ วิธีการเปลี่ยนสนามแม่เหล็กเป็นสนามไฟฟ้าซึ่งเป็นที่มาของหน่วยวัดสนามแม่เหล็กเทสลาซึ่งวิศวกรรุ่นหลังตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่เขา นอกจากนี้เขายังได้ศึกษาค้นคว้าเทคโนโลยีล้ำยุคเรื่องการส่งผ่านพลังงานแบบไร้สายหรือเทคโนโลยี wireless ที่ปัจจุบันกำลังเฟื่องฟู

เทสลาเป็นนักประดิษฐ์ยุคเดียวกันเอดิสันแถมยังเป็นคู่แข่งกัน เอดิสันสนับสนุนการใช้ไฟฟ้ากระแสตรงส่วนเทสลาพัฒนาไฟฟ้ากระแสสลับจนถึงกับเกิดสงครามกระแสไฟฟ้า (War of Currents) ซึ่งส่งผลต่ออุตสาหกรรมในยุคนั้นอย่างมาก เทสลามีแนวคิดล้ำยุคมีจินตนาการก้าวไกลเกินกว่าผู้คนยุคเดียวกันมาก เช่น เขามีแนวคิดจะทำโลกทั้งใบให้เป็นสื่อนำไฟฟ้าเพื่อให้สามารถส่งกระแสไฟฟ้าไปให้คนทุกคนในโลกได้ใช้กระแสไฟฟ้าอย่างเสรี หรือคิดสร้างอาวุธลำแสงมหาประลัยที่มีอานุภาพร้ายแรงขนาดแยกโลกของเราให้แตกออกเป็นสองส่วนได้ จนถูกเรียกว่านักวิทยาศาสตร์สติเฟื่อง (mad scientist) หลังจากเทสลาเสียชีวิต FBI ได้สั่งทุกฝ่ายว่าเรื่องราวทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับเทสลาต้องถูกจัดการอย่างลับที่สุด และต้องรักษาความลับของสิ่งประดิษฐ์ของเขาให้เป็นความลับตลอดไป นี่คือนักวิทยาศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่แต่กลับไม่ค่อยเป็นที่รู้จักเท่ากับผลงานของเขา เขาคือ ‘อัจฉริยะที่โลกลืม’

ผลงานเด่น :

– ประดิษฐ์ขดลวดเทสลา
– ประดิษฐ์มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับ
– ประดิษฐ์หลอดฟลูออเรสเซนต์
– คิดค้นวิธีการสื่อสารแบบไร้สาย
– คิดค้นรีโมตคอนโทรล

วาทะเด็ด :

– “If your hate could be turned into electricity, it would light up the whole world.” → หากความเกลียดชังของคุณสามารถเปลี่ยนเป็นกระแสไฟฟ้าได้ มันคงจะทำให้โลกทั้งใบสว่างไสวเลยทีเดียว

– “The scientists of today think deeply instead of clearly. One must be sane to think clearly, but one can think deeply and be quite insane.” → นักวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันนี้คิดแบบลึกซึ้งแทนที่จะคิดอย่างชัดแจ้ง คนเราต้องมีสติที่จะคิดอย่างชัดแจ้ง แต่ก็สามารถคิดให้ลึกซึ้งและบ้าคลั่งได้

nikola-tesla-2

 

2. ทอมัส เอดิสัน (Thomas Edison)thomas-edison-1

ทอมัส เอดิสัน (ค.ศ. 1847 – 1931) เป็นยอดนักประดิษฐ์คนสำคัญของโลกชาวอเมริกา ผลงานของเขาหลายชิ้นได้เปลี่ยนวิถีชีวิตของผู้คนให้เป็นสังคมสมัยใหม่ เอดิสันเป็นตัวอย่างของคนที่ประสบความสำเร็จด้วยความอุตสาหะขยันหมั่นเพียร เขาแทบจะไม่เคยได้เรียนหนังสือในโรงเรียน แต่ทำการศึกษาค้นคว้าทดลองด้วยตัวเองตั้งแต่วัยเด็กจนถึงบั้นปลายของชีวิต เอดิสันสามารถนำเงินที่ได้จากการขายสิทธิบัตรผลงานที่เขาประดิษฐ์ได้ชิ้นแรกมาสร้างโรงงานที่มีห้องปฏิบัติการวิจัยในตัวซึ่งกลายเป็นต้นแบบของโรงงานอุตสาหกรรมสมัยใหม่ด้วยวัยเพียง 23 ปี

แม้ว่าเอดิสันจะไม่ใช่คนแรกที่ประดิษฐ์หลอดไฟฟ้า แต่เขาเป็นผู้ที่คิดค้นพัฒนาหลอดไฟฟ้าที่ใช้งานตามบ้านเรือนได้สำเร็จ ไม่เพียงเท่านี้เขายังเป็นผู้สร้างโรงจ่ายกระแสไฟฟ้าที่เมืองนิวยอร์ก ลากสายไฟฟ้าไปทั่วเมืองให้ทุกคนมีโอกาสใช้ไฟฟ้าอย่างทั่วถึงกัน และส่งผลให้การใช้ชีวิตประจำวันของผู้คนทั่วโลกเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง เอดิสันเป็นผู้ประดิษฐ์เครื่องบันทึกเสียง, เครื่องบันทึกภาพเคลื่อนไหว ซึ่งต่อมาเขาได้นำมารวมกันกลายเป็นเครื่องถ่ายทำภาพยนตร์ เขายังเป็นผู้ประดิษฐ์แบตเตอรี่ เครื่องผสมปูนซิเมนต์ และสิ่งประดิษฐ์อื่นๆอีกนับพันชิ้น เอดิสันมีสิทธิบัตรสิ่งประดิษฐ์ภายใต้ชื่อของเขาเป็นจำนวนถึง 1,093 ชิ้น ก่อตั้งบริษัทด้านไฟฟ้าอีกหลายบริษัทรวมทั้งเจเนอรัลอิเล็กทริก (General Electric) บริษัทเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ของโลก

ผลงานเด่น :

– ประดิษฐ์หลอดไฟฟ้า
– ประดิษฐ์เครื่องบันทึกเสียง
– ประดิษฐ์เครื่องถ่ายภาพเคลื่อนไหว
– ประดิษฐ์แบตเตอรี่

วาทะเด็ด :

– “Genius is one percent inspiration and ninety-nine percent perspiration.” → อัจฉริยะเกิดจากแรงบันดาลใจเพียง 1 เปอร์เซ็นต์ และอีก 99 เปอร์เซ็นต์คือความอุตสาหะ

– “I have not failed. I’ve just found 10,000 ways that won’t work.” → ผมไม่ได้ล้มเหลวนะ ผมเพิ่งจะพบ 10,000 วิธีที่มันใช้ไม่ได้

thomas-edison-2

 

3. อเล็กซานเดอร์ เกรแฮม เบลล์ (Alexander Graham Bell)alexander-graham-bell-1

อเล็กซานเดอร์ เกรแฮม เบลล์ (ค.ศ. 1847 – 1922) เป็นนักประดิษฐ์และนักวิทยาศาสตร์ชาวสกอตแลนด์-อเมริกันผู้ประดิษฐ์โทรศัพท์และได้รับสิทธิบัตรเป็นคนแรก ผลงานนี้ได้สร้างความเจริญก้าวหน้าในการติดต่อสื่อสารของมนุษย์ชนิดพลิกโลก ทั้งในแง่ความสะดวก รวดเร็ว ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย จนทำให้โทรศัพท์กลายเป็นสิ่งจำเป็นที่สุดอย่างหนึ่งของมนุษย์ตั้งแต่ตอนนั้นจนถึงปัจจุบัน เบลล์ได้อุทิศเวลาและทุ่มเทความพยายามในการทำวิจัยและทำการทดลองประดิษฐ์เครื่องช่วยฟังเสียงสำหรับคนหูหนวกและการส่งสัญญาณเสียงผ่านเส้นลวดมานานหลายปี ในที่สุดเขาก็สามารถสร้างสิ่งประดิษฐ์ในฝันของคนสมัยนั้นได้เป็นผลสำเร็จและได้รับสิทธิบัตรเป็นคนแรกในปี 1876

เบลล์ได้ก่อตั้งบริษัทเอทีแอนด์ที (AT&T Inc.) เพื่อให้บริการระบบโทรศัพท์ที่เขาเป็นผู้ประดิษฐ์คิดค้นซึ่งต่อมากลายเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านโทรคมนาคมของสหรัฐอเมริกาและของโลก นอกจากนี้เบลล์ยังได้ประดิษฐ์โทรศัพท์แบบไร้สายซึ่งส่งสัญญาณผ่านลำแสงที่เรียกว่า Photophone เขายังเป็นผู้พัฒนาเครื่องตรวจจับโลหะ (Metal Detector) รุ่นแรกๆ รวมทั้งประดิษฐ์เรือไฮโดรฟอยล์ (Hydrofoil) ที่เคยเป็นเจ้าของสถิติโลกความเร็วทางน้ำนาน 2 ทศวรรษอีกด้วย หน่วยวัดระดับความดังของเสียงซึ่งเดิมเรียกว่า Transmission Unit (TU) ได้ถูกปรับเปลี่ยนและเรียกชื่อใหม่เป็นเดซิเบล (Decibel – dB) ตามชื่อของเบลล์เพื่อเป็นเกียรติแก่ยอดนักประดิษฐ์คนเก่งผู้นี้

ผลงานเด่น :

– ประดิษฐ์โทรศัพท์

วาทะเด็ด :

– “The achievement of one goal should be the starting point of another.” → ความสำเร็จของเป้าหมายหนึ่งควรเป็นจุดเริ่มต้นของอีกเป้าหมายหนึ่ง

alexander-graham-bell-2

 

4. สองพี่น้องตระกูลไรต์ (Wright Brothers)wright-brother-1

สองพี่น้องตระกูลไรต์ ได้แก่ ออวิลล์ ไรต์ (ค.ศ. 1867 – 1912) และ วิลเบอร์ ไรต์ (ค.ศ. 1871 – 1948) เป็นนักบิน วิศวกร และนักประดิษฐ์ชาวอเมริกันผู้ประดิษฐ์เครื่องบินและนำขึ้นบินสำเร็จเป็นครั้งแรกของโลก สองพี่น้องตระกูลไรต์ที่เรียนจบแค่ชั้นมัธยม ไม่ได้รับประกาศนียบัตรด้วยซ้ำ ใช้เวลาว่างจากอาชีพการเป็นเจ้าของโรงพิมพ์และโรงงานจักรยานมาทำให้ความฝันอันยิ่งใหญ่ของมนุษยชาติที่ต้องการบินไปในอากาศได้อย่างนกมาตลอดหลายศตวรรษกลายเป็นจริง ด้วยความกล้าหาญและมานะพยายามพวกเขาได้ทำการศึกษาอย่างจริงจัง สร้างเครื่องบินต้นแบบหลายรุ่น ทำการทดลองบินนับพันครั้ง ผ่านการล้มเหลวมากมายเสียจนเกือบท้อ จนในที่สุดในปี 1903 พวกเขาก็สามารถนำเครื่องบิน Flyer I ขึ้นบินได้สำเร็จเป็นครั้งแรกด้วยระยะการบินแค่ 37 เมตรในเวลา 12 วินาที

สองพี่น้องตระกูลไรต์ปรับปรุงเครื่องบินของเขาเรื่อยมาจนถึงปี 1905 พวกเขาใช้เครื่องบิน Flyer III บินในอากาศได้ไกลถึง 39 กม.ในเวลา 38 นาที เมื่อรัฐบาลสหรัฐยอมรับและให้พวกเขาจดสิทธิบัตรรวมทั้งยังสั่งซื้อเครื่องบินจากพวกเขา หลังจากนั้นก็เป็นจุดเริ่มต้นของธุรกิจการบินที่แพร่กระจายไปทั่วโลกและทำให้การเดินทางด้วยเครื่องบินโดยสารเป็นการเดินทางที่รวดเร็วและปลอดภัยที่สุด ออวิลล์และวิลเบอร์ตั้งบริษัทผลิตเครื่องบินและโรงเรียนสอนนักบินซึ่งน่าจะเติบโตเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ได้ แต่น่าเสียดายที่วิลเบอร์ป่วยเป็นไข้ไทฟอยด์เสียชีวิตในปี 1912 ด้วยวัยเพียง 45 ปี ส่วนออวิลล์ซึ่งไม่ถนัดการทำธุรกิจจึงขายบริษัทแล้วไปเป็นคณะกรรมการการบินแห่งชาติ (NACA) ที่ต่อมากลายเป็นองค์การนาซานานถึง 28 ปี

ผลงานเด่น :

– ประดิษฐ์เครื่องบิน
– นำเครื่องบินขึ้นบินได้สำเร็จเป็นครั้งแรก

วาทะเด็ด :

– “If birds can glide for long periods of time, then… why can’t I?” → ถ้านกสามารถเหินบินเป็นเวลานานได้, แล้ว … ทำไมผมถึงจะทำไม่ได้?

wright-brother-2

 

5. อาร์คิมิดีส (Archimedes)archimedes-1

อาร์คิมิดีส (287- 212 ก่อนคริสต์ศักราช) เป็นนักคณิตศาสตร์ นักดาราศาสตร์ นักปรัชญา นักฟิสิกส์ และวิศวกรชาวกรีก ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในบรรดานักวิทยาศาสตร์ชั้นยอดและเป็นนักคณิตศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุคโบราณ อาร์คิมิดีสมีผลงานด้านวิทยาศาสตร์มากมาย เป็นผู้วางรากฐานให้แก่วิชาสถิตยศาสตร์, สถิตยศาสตร์ของไหล และกลศาสตร์ เป็นผู้คิดค้นนวัตกรรมเครื่องจักรกลหลายชิ้น รวมทั้งอุปกรณ์เครื่องผ่อนแรงที่ยังใช้งานอยู่จนถึงปัจจุบัน งานด้านคณิตศาสตร์อาร์คิมิดีสเป็นผู้คิดวิธีหาพื้นที่และปริมาตรของรูปทรงเรขาคณิตมากมาย อาร์คิมิดีสแสดงให้เห็นว่าค่า π (pi) มีค่ามากกว่า 223/71 แต่น้อยกว่า 22/7 ตัวเลขหลังนี้ถูกนำมาใช้เป็นค่าประมาณของ π มาตลอดจนถึงปัจจุบัน

เรื่องเล่าที่รู้จักกันแพร่หลายที่สุดเกี่ยวกับอาร์คิมิดีสคือตอนที่เขาค้นพบวิธีหาปริมาตรของมงกุฎทองของพระเจ้าเฮียโรที่ 2 เพื่อพิสูจน์ว่ามีการผสมเงินเข้าไปด้วยหรือไม่ อาร์คิมิดีสค้นพบตอนที่เขากำลังอาบน้ำแล้วสังเกตเห็นว่าระดับน้ำในอ่างเพิ่มสูงขึ้นขณะเขาก้าวลงไป จึงคิดวิธีหาปริมาตรของมงกุฎโดยวิธีแทนที่น้ำได้ ซึ่งนำไปสู่การพิสูจน์ได้ว่ามงกุฏทองมีเงินผสมอยู่จริงๆ ด้วยความตื่นเต้นดีใจอาร์คิมิดีสจึงวิ่งออกไปยังท้องถนนทั้งที่ยังแก้ผ้า แล้วร้องตะโกนว่า “ยูเรก้า!” (ภาษากรีกแปลว่าฉันพบแล้ว)

ผลงานเด่น :

– ประดิษฐ์ปั๊มเกลียว (Screw Pump) ที่เรียกกันว่าเกลียวอาร์คิมิดีสซึ่งยังคงใช้งานกันอยู่ในปัจจุบันสำหรับในการขนถ่ายน้ำ ถ่านหิน และเมล็ดธัญพืช
– ประดิษฐ์เครื่องผ่อนแรงหลายชนิด เช่น คานดีดคานงัด (Law of Lever) และลูกรอกใช้ สำหรับยกของหนักซึ่งยังใช้งานกันอยู่ถึงปัจจุบันเช่นกัน
– คิดค้นสูตรคณิตศาสตร์ที่ใช้ในการหาพื้นที่และปริมาตรของทรงกลม ทรงกระบอก ทรงกรวย ภาคตัดกรวย ฯลฯ
– คิดค้นกฎของอาร์คิมีดีส (Archimedes Principle) ที่เป็นรากฐานของวิชาสถิตยศาสตร์ของไหลและใช้ในการหาความถ่วงจำเพาะของวัตถุ

วาทะเด็ด :

– “Eureka!” → ฉันพบแล้ว

– “Give me a place to stand, and a lever long enough, and I will move the world.” → หาที่ยืนกับคานงัดที่ยาวพอให้ฉันสิ แล้วฉันจะเคลื่อนโลกให้ดู

archimedes-2

 

6. เจมส์ วัตต์ (James Watt)james-watt-1

เจมส์ วัตต์ (ค.ศ. 1736 – 1819) เป็นนักประดิษฐ์และวิศวกรเครื่องกลชาวสกอตแลนด์ผู้พัฒนาเครื่องจักรไอน้ำจนทำงานได้ดีมีประสิทธิภาพสูงเป็นต้นแบบให้กับเครื่องยนต์ใช้น้ำมันในปัจจุบัน วัตต์ขวนขวายเรียนรู้เพื่อเป็นนักประดิษฐ์เครื่องมือด้านวิทยาศาสตร์ เขาได้เป็นผู้ช่วยซ่อมแซมเครื่องมือให้กับอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยกลาสโกว์ จนมีโอกาสได้ซ่อมเครื่องจักรไอน้ำของมหาวิทยาลัยรุ่นที่ Thomas Newcomen เป็นผู้ประดิษฐ์ จากนั้นวัตต์ซึ่งสนใจในเรื่องนี้มากอยู่แล้วจึงได้ปรับปรุงและพัฒนาเครื่องจักรไอน้ำในแบบของเขาเองอยู่นานหลายปีและสร้างเครื่องแรกเสร็จในปี 1776 ซึ่งมันทำงานได้ราบเรียบและมีประสิทธิภาพสูงกว่าเดิมมาก เครื่องจักรไอน้ำของวัตต์จึงได้รับความนิยมและถูกนำไปใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆมากมายจนกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อการปฏิวัติอุตสาหกรรมทั้งในประเทศอังกฤษและทั่วโลก

นอกจากวัตต์จะเป็นผู้คิดค้นและพัฒนาเครื่องจักรไอน้ำแบบสันดาปแยก (Separate Condenser) ซึ่งทำให้เขาได้รับสิทธิบัตรใบแรกแล้ว เขายังได้ประดิษฐ์เครื่องจักรและอุปกรณ์เสริมที่ทำให้เครื่องจักรไอน้ำมีประสิทธิภาพสูงขึ้นและประยุกต์ใช้งานได้หลากหลายมากยิ่งขึ้น เช่น อุปกรณ์ควบคุมเครื่องจักรแบบลูกเหวี่ยงหนีศูนย์กลาง (Centrifugal Governor) , ระบบเฟืองสุริยะ (Sun and Planet Gear), ข้อต่อประสานสามคาน (Three Bar Linkage), เครื่องจักรตีเหล็ก, เครื่องจักรปั่นฝ้าย ฯลฯ วัตต์ยังเป็นผู้คิดและริเริ่มการใช้หน่วยแรงม้า (Horsepower) สำหรับวัดกำลังของเครื่องจักรที่ยังใช้งานจนถึงปัจจุบัน ชื่อ “วัตต์ (watt – W)” ถูกนำไปใช้เป็นหน่วยของพลังงานเพื่อเป็นเกียรติแก่เขาในฐานะนักประดิษฐ์คนสำคัญของโลก

ผลงานเด่น :

– ประดิษฐ์เครื่องจักรไอน้ำแบบสันดาปแยก
– ประดิษฐ์อุปกรณ์เสริมเพิ่มประสิทธิภาพของเครื่องจักรไอน้ำหลายอย่าง

วาทะเด็ด :

– “A lie can run around the world before the truth can get it’s boots on.” → เรื่องโกหกสามารถแพร่ไปได้ทั่วโลกก่อนที่ความจริงจะเริ่มเผยออกมา

james-watt-2

 

7. ทิม เบอร์เนอร์ส-ลี (Tim Berners-Lee)tim-berners-lee-1

ทิม เบอร์เนอร์ส-ลี (ค.ศ. 1955 – ปัจจุบัน) เป็นวิศวกรและนักวิทยาศาสตร์ด้านคอมพิวเตอร์ชาวอังกฤษผู้คิดค้นระบบข้อมูลข่าวสารบนอินเตอร์เน็ตที่เรียกว่า World Wide Web (WWW) อันทรงพลังที่ทำให้ระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเป็นที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วโลก เบอร์เนอร์ส-ลีมีแนวคิดเรื่องนี้ตั้งแต่ปี 1980 แต่มีโอกาสได้ทำจริงในปี 1990 เขานำแนวคิดเรื่อง Hypertext เชื่อมโยงเข้ากับ Transmission Control Protocol (TCP) ซึ่งเป็นโปรโตคอลหลักของเครือข่ายอินเตอร์เน็ตและแนวคิดระบบการตั้งชื่อโดเมน (Domain Name System: DNS) สร้างเป็น WWW โดยเขาได้ออกแบบและสร้างเว็บเบราว์เซอร์ตัวแรกของโลกกับสร้างเว็บเซิร์ฟเวอร์ขึ้น แล้วนำเว็บไซต์แรกของโลกออนไลน์ในปี 1911 หลังจากนั้น WWW ก็ได้รับความนิยมและกลายเป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งของมนุษย์ในยุคปัจจุบัน

ปัจจุบันเบอร์เนอร์ส-ลียังเป็นศาสตราจารย์ด้านวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ที่มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดและสถาบัน MIT เขาได้ก่อตั้งกลุ่มบริษัท World Wide Web Consortium (W3C) เพื่อดูแลการพัฒนา WWW อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งมีบทบาทและมีส่วนร่วมในองค์กรสำคัญอีกหลายแห่ง จากผลงานการคิดค้น WWW ที่สร้างความเจริญก้าวหน้าในด้านการค้นหาและการเผยแพร่ความรู้และข้อมูลข่าวสารชนิดเปลี่ยนโลกนี้ ทำให้เขาได้รับรางวัลเกียรติยศมากมาย รวมทั้งได้รับการแต่งตั้งเป็นอัศวินโดยสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ของอังกฤษ และได้รับการยกย่องเป็นหนึ่งในบุคคลที่สำคัญที่สุดแห่งศตวรรษที่ 20

ผลงานเด่น :

– ประดิษฐ์คิดค้น World Wide Web

วาทะเด็ด :

– “Innovation is serendipity, so you don’t know what people will make.” → นวัตกรรมคือความโชคดีในความบังเอิญ, ดังนั้นคุณจึงไม่ทราบหรอกว่าผู้คนจะสร้างอะไร

tim-berners-lee-2

 

8. กาลิเลโอ กาลิเลอี (Galileo Galilei)galileo-galilei-1

กาลิเลโอ กาลิเลอี (ค.ศ. 1564 – 1642) นักคณิตศาสตร์ นักดาราศาสตร์ และนักวิทยาศาสตร์ชาวอิตาลีผู้มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการปฏิวัติวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ เป็นคนแรกที่นำคณิตศาสตร์และการทดลองมาใช้เป็นเครื่องมือในการพิสูจน์กฎเกณฑ์ทางธรรมชาติอย่างเป็นระบบอันเป็นรากฐานของกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในปัจจุบัน กาลิเลโอค้นพบและสร้างกฎเพนดูลัม (Pendulum) หรือกฎการแกว่งของนาฬิกาลูกตุ้มที่นำไปสู่การสร้างนาฬิกาให้เที่ยงตรง เขาได้ทดลองปล่อยวัตถุสองอย่างที่มวลไม่เท่ากันจากหอเอนปีซาแต่ตกถึงพื้นพร้อมกันที่ทุกคนจำได้ดี กาลิเลโอประดิษฐ์และพัฒนากล้องโทรทรรศน์ให้สามารถส่องดูดวงดาวได้อย่างชัดเจน กาลิเลโอพบว่าผิวดวงจันทร์ขรุขระมีภูเขาและหุบเหว พบว่าทางช้างเผือกอัดแน่นไปด้วยดาวฤกษ์จำนวนมาก พบวงแหวนของดาวเสาร์ พบจุดดับบนดวงอาทิตย์ พบดวงจันทร์บริวารสำคัญของดาวพฤหัสบดี 4 ดวง และจากการเฝ้าสังเกตการณ์ดวงจันทร์ของดาวพฤหัสบดีนี่เองที่ทำให้กาลิเลโอพิสูจน์ได้ว่าโลกโคจรรอบดวงอาทิตย์

การค้นพบว่าโลกโคจรรอบดวงอาทิตย์สนับสนุนทฤษฎีของโคเปอร์นิคัสที่เสนอให้ดวงอาทิตย์เป็นจุดศูนย์กลางของจักรวาล ไม่ใช่ดวงอาทิตย์และดาวอื่นๆทั้งหมดโคจรรอบโลกอย่างที่เชื่อกันมานับพันปีได้ทำให้เกิดการต่อต้านจากศาสนจักรเพราะขัดแย้งกับคำสอนในสมัยนั้น กาลิเลโอถูกสั่งห้ามพูดเกี่ยวกับทฤษฎีของโคเปอร์นิคัส แต่กาลิเลโอยังคงมุ่งมั่นค้นคว้าด้านดาราศาสตร์ต่อไปและมีผลงานเป็นหนังสือออกมาอีก ทำให้เขาถูกต่อต้านอย่างหนัก หนังสือก็ถูกห้ามขายในอิตาลี และตัวเขาถูกกล่าวหาเป็นคนนอกรีตต้องโทษจำคุก ต่อมาเขาถูกบังคับให้กล่าวคำขอโทษเพื่อแลกกับชีวิตและอิสระ แต่ยังถูกควบคุมในบ้านหลังหนึ่งตลอดชีวิต ระหว่างถูกควบคุมตัวเขาก็ยังมีผลงานเขียนหนังสือเล่มสำคัญ กระทั่งช่วงบั้นปลายชีวิตแม้ตาของเขาบอดทั้งสองข้างกาลิเลโอก็ยังทำงานวิจัยต่อไปโดยให้ลูกศิษย์ทำการสังเกตและรายงานผลให้เขาวิเคราะห์ เขาคือนักวิทยาศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่โดยแท้

ผลงานเด่น :

– คิดค้นกฎเพนดูลัม
– พิสูจน์ทฤษฎีวัตถุหนักหรือเบาตกถึงพื้นพร้อมกันเสมอ
– พัฒนากล้องโทรทรรศน์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นจนส่องดูดาวได้
– ค้นพบดวงจันทร์ของดาวพฤหัสบดี 4 ดวง
– ค้นพบวงแหวนดาวเสาร์
 
วาทะเด็ด :

– “We cannot teach people anything, we can only help them discover it within themselves.” → เราไม่สามารถสอนสิ่งใดให้กับใครได้เลย เราทำได้แค่เพียงช่วยให้เขาค้นพบมันด้วยตัวเขาเอง

– “I have never met a man so ignorant that I couldn’t learn something from him.” → ฉันไม่เคยเจอใครที่โง่เขลามากจนฉันไม่สามารถเรียนรู้อะไรจากเขาได้เลย

galileo-galilei-2

 

9. โยฮันน์ กูเทนแบร์ก (Johann Gutenberg)johannes-gutenberg-1

โยฮันน์ กูเทนแบร์ก (ค.ศ. 1400 – 1468) เป็นช่างเหล็ก ช่างทอง และนักประดิษฐ์ชาวเยอรมันผู้พัฒนาเทคโนโลยีการพิมพ์ซึ่งนำไปสู่การปฏิวัติการพิมพ์อันเป็นก้าวสำคัญของการเข้าสู่ยุคสมัยใหม่ของมนุษย์ กูเทนแบร์กไม่ได้เพียงแค่ประดิษฐ์แท่นพิมพ์แบบกดรุ่นใหม่ที่พัฒนาจากเครื่องอัดแบบเกลียวที่ใช้ทำเหล้าองุ่นเท่านั้น เขายังคิดค้นเทคนิคการนำโลหะผสมมาหล่อเป็นตัวพิมพ์แบบถอดได้ซึ่งช่วยให้สามารถผลิตตัวพิมพ์ได้รวดเร็วแม่นยำ ต้นทุนต่ำ และทนทาน รวมทั้งการนำหมึกพิมพ์แบบผสมน้ำมันมาใช้ในการพิมพ์หนังสือ กูเทนแบร์กใช้เวลานานหลายปีในการพัฒนาระบบและอุปกรณ์การพิมพ์ของเขาจนสำเร็จในปี 1455 โดยผลงานสำคัญชิ้นแรกเป็นการพิมพ์คัมภีร์ไบเบิลฉบับกูเทนแบร์กที่มักเรียกกันว่าไบเบิล 42 บรรทัด (42-line Bible) ซึ่งพิมพ์ออกมาราว 180 เล่ม

การพัฒนาเทคโนโลยีการพิมพ์ของกูเทนแบร์กส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงมากมายทั่วโลก หนังสือถูกผลิตขึ้นมากมายมหาศาล ข่าวสารถูกส่งต่อแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว ความรู้ได้รับการเผยแพร่ออกไปอย่างกว้างขวางก่อให้เกิดการพัฒนาตามมาอย่างต่อเนื่อง คล้ายๆกับการเกิดขึ้นของอินเตอร์เน็ตในปัจจุบัน แต่น่าเสียดายที่กูเทนแบร์กกลับไม่ได้รับอานิสงส์ใดๆจากการทุ่มเทต่อสิ่งนี้เลย เนื่องจากเขาได้กู้ยืมเงินจากนายทุนมาทำการพัฒนาเทคโนโลยี แต่ก่อนที่มันจะสามารถสร้างรายได้เขากลับถูกนายทุนฟ้องเรียกเงินคืนและถูกศาลตัดสินให้กิจการทั้งหมดของเขาตกเป็นของนายทุน ส่วนตัวเขากลายเป็นบุคคลล้มละลาย

ผลงานเด่น :

– พัฒนาเทคโนโลยีการพิมพ์
– ประดิษฐ์แท่นพิมพ์แบบกดรุ่นถอดตัวพิมพ์ได้


วาทะเด็ด :

– “God suffers in the multitude of souls whom His word can not reach.” → พระเจ้าทนทุกข์ทรมานในหมู่คนผู้ซึ่งคำพูดของพระองค์ไม่สามารถเข้าถึงได้

johannes-gutenberg-2

 

10. เลโอนาร์โด ดา วินชี (Leonardo da Vinci)Leonardo-da-Vinci-00

เลโอนาร์โด ดา วินชี (ค.ศ. 1452 – 1519) เป็นศิลปินชาวอิตาลีผู้มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งยุคเรอเนสซองส์ เริ่มมีผลงานที่ฉายแววความเป็นอัฉริยะด้านศิลปะด้วยการเขียนภาพ Adoration of the Magi ก่อนที่จะออกจากฟลอเรนซ์ไปอยู่ที่เมืองมิลานในปี 1482 ดาวินชี ทำงานอยู่ที่มิลานนานถึง 17 ปี พร้อมกับสร้างผลงานชั้นยอดมากมาย รวมทั้ง The Last Supper, Virgin of the Rocks, Lady with an Ermine และ Vitruvian Man ที่เป็นหนึ่งในบรรดาภาพสเก็ตช์อันลือลั่นซึ่งเป็นความสามารถที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวยากจะมีใครเทียบได้

ปี 1503 ดาวินชี กลับมาอยู่ที่เมืองฟลอเรนซ์อีกครั้งหนึ่ง และคราวนี้ได้สร้างผลงานภาพเขียนที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในโลก ‘Mona Lisa’ เขาใช้เวลาในการเขียนภาพสุดพิเศษนี้นานหลายปี ในปี 1515 ดาวินชี เดินทางไปกรุงปารีสเพื่อรับตำแหน่งจิตรกรเอกและวิศวกรของราชสำนักฝรั่งเศส พร้อมกับหิ้วภาพสุดรักสุดหวงที่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ไปด้วย แล้วไม่ได้กลับมาที่อิตาลีอีกเลย

นอกจากความอัจฉริยะในด้านศิลปะแล้วดาวินชียังได้ศึกษาค้นคว้าด้านวิทยาศาสตร์อย่างลึกซึ้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องกายวิภาคศาสตร์และสรีรวิทยาสำหรับร่างกายของมนุษย์ และเขายังได้คิดประดิษฐ์อุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้ที่เป็นเทคโนโลยีแห่งอนาคตไว้มากมายหลายอย่างด้วยแนวคิดและจินตนาการที่ล้ำหน้าเหนือยุค โดยเขาได้บันทึกไว้เป็นภาพวาดแสดงแนวคิดอย่างละเอียดพร้อมคำอธิบายประกอบ สิ่งประดิษฐ์เหล่านั้นบางส่วนถูกสร้างขึ้นจริงภายหลังยุคของดาวินชีหลายร้อยปี สิ่งประดิษฐ์จากแนวคิดของดาวินชีที่โดดเด่นได้แก่ หุ่นยนต์ เฮลิคอปเตอร์ ปืนกล รถถัง ตลับลูกปืน ชุดดำน้ำ ฯลฯ ดาวินชีคือสุดยอดอัจฉริยะทั้งวิทย์และศิลป์ตัวจริงหนี่งเดียวของโลก

ผลงานเด่น :

– สร้างสุดยอดภาพเขียนระดับโลกจำนวนมาก
– แนวคิดประดิษฐ์อุปกรณ์ที่เป็นเทคโนโลยีแห่งอนาคตจำนวนมาก

วาทะเด็ด :

– “Tears come from the heart and not from the brain.” → น้ำตาหลั่งรินออกมาจากหัวใจ ไม่ใช่สมอง

– “Simplicity is the ultimate sophistication.” → ความเรียบง่ายคือที่สุดของความซับซ้อน

da-vinci

 

ข้อมูลและภาพจาก   biographyonline.net, britannica, wikipedia

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *