กิน “พริก” เป็นประจำอาจช่วยลดความเสี่ยงตายจากโรคหัวใจได้ถึง 40%

นักวิจัยที่อิตาลีระบุว่าการกินอาหารรสจัดเป็นประจำอย่างน้อยสัปดาห์ละ 4 ครั้งสามารถลดความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตจากโรคที่เกี่ยวกับหลอดเลือดได้ดี โดยเฉพาะโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมอง

งานวิจัยทำขึ้นในอิตาลีซึ่งมีการใช้พริกเป็นส่วนประกอบของอาหารอย่างแพร่หลาย โดยทำการติดตามพฤติกรรมการกินและสุขภาพของประชาชนจำนวน 23,000 คนเป็นระยะเวลานานกว่า 8 ปี ทีมวิจัยพบว่าผู้ที่กินพริกหรืออาหารรสเผ็ดเป็นประจำมีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจต่ำกว่า 40% เทียบกับผู้ที่ไม่กิน, โรคหลอดเลือดสมองมีความเสี่ยงต่ำกว่าเกือบ 50% ขณะที่ความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตจากทุกสาเหตุต่ำกว่า 23%

ที่น่าสนใจคือความเสี่ยงที่ลดลงนี้ไม่ได้ขึ้นกับชนิดอาหารที่กิน บางคนกินอาหารเพื่อสุขภาพอย่างอาหารแบบเมดิเตอร์เรเนียน (Mediterranean diet) บางคนก็กินอาหารที่ไม่ค่อยดีต่อสุขภาพ แต่ถ้าพวกเขากินพริกเป็นประจำก็จะได้รับการป้องกันหรือมีอัตราความเสี่ยงต่ำพอกัน

Marialaura Bonaccio นักระบาดวิทยาที่สถาบัน Mediterranean Neurological Institute หัวหน้าทีมวิจัยบอกว่าพริกเป็นส่วนประกอบพื้นฐานในอาหารอิตาลี มีการใช้คุณสมบัติที่เป็นประโยชน์นี้มานานหลายศตวรรษแล้ว และในตอนนี้มีการสังเกตการณ์คุณสมบัติพิเศษของพริกแบบเดียวกันนี้ที่สหรัฐอเมริกาและประเทศจีนแล้วด้วย ทีมวิจัยมีแผนที่จะตรวจสอบกลไกทางชีวเคมีที่ทำให้พริกดีต่อสุขภาพของเราต่อไป

eating-chilies-2

อย่างไรก็ตามมีผู้เชี่ยวชาญบางคนที่แม้ว่าจะชื่นชมในงานวิจัยชิ้นนี้แต่ก็ได้ชี้ถึงข้อจำกัดบางอย่างที่ต้องพิจารณาให้ดีด้วยเช่นกัน Duane Mellor นักโภชนาการและอาจารย์ที่คณะแพทย์ศาสตร์มหาวิทยาลัยแอสตัน ประเทศอังกฤษบอกว่างานวิจัยชิ้นนี้น่าสนใจมากแต่ยังไม่ได้แสดงความเชื่อมโยงเชิงสาเหตุระหว่างการกินพริกกับประโยชน์ที่มีต่อสุขภาพ

“เป็นที่เชื่อได้ว่าคนที่ใช้พริกทำอาหารมักนิยมใช้สมุนไพรและเครื่องเทศมากด้วย อีกทั้งยังกินอาหารสดอย่างเช่นพวกผักมากขึ้นอีกด้วย” Mellor กล่าว “ดังนั้นพริกอาจไม่ได้มีผลโดยตรงมากนักแต่มันสามารถเพิ่มรสชาติอาหารทำให้สามารถกินอาหารที่มีประโยชน์ได้มากขึ้น”

 

ข้อมูลและภาพจาก cnn, insider


Leave a Reply

Your email address will not be published.