1. Entoloma hochstetteri

เห็ดขนาดเล็กสีฟ้าสดใสชนิดนี้ถูกพบในประเทศนิวซีแลนด์และอินเดีย แม้ว่ามันอาจจะเป็นเห็ดที่มีพิษแต่ความสวยงามของมันทำให้ถูกเลือกให้ไปปรากฏโฉมบนสแตมป์และด้านหลังของธนบัตร 50 ดอลลาร์ของนิวซีแลนด์มาแล้ว


2. Clathrus archeri

เห็ดประหลาดชนิดนี้รู้จักกันในชื่อ Octopus stinkhorn หรือ Squidward mushroom มีถิ่นกำเนิดในออสเตรเลียและแทสเมเนีย แขนเรียวยาวสีชมพู 4 – 7 แขนที่ยื่นออกมาจากโครงสร้างคล้ายไข่ทำให้มีลักษณะคล้ายกับปลาหมึกมาก แต่พอมันโตเต็มที่ก็ไม่มีใครอยากเข้าใกล้เพราะมีกลิ่นคล้ายเนื้อเน่า


3. Lycoperdon echinatum

พบในแอฟริกา ยุโรป อเมริกากลาง และอเมริกาเหนือ เห็ดขนาดเล็กที่มีหนามแหลมปกคลุมรอบตัวชนิดนี้กินได้ตอนอายุยังน้อยซึ่งจะมีสีขาวและเนื้อแน่น ผลการทดสอบในห้องปฏิบัติการแสดงให้เห็นว่ามันสามารถหยุดการเติบโตของแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดโรคได้หลายชนิด


4. Mutinus caninus

รู้จักกันในชื่อ Dog Stinkhorn เห็ดรูปร่างคล้ายอวัยวะเพศของสุนัขตัวผู้นี้พบได้ในยุโรป เอเชีย และอเมริกาตะวันออกเฉียงเหนือ ตอนแรกมีลักษณะคล้ายไข่ซ่อนอยู่ในเศษใบไม้ เมื่อไข่แตกออกเห็ดจะขยายตัวเต็มที่ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ส่วนปลายปกคลุมด้วยเมือกที่มีสปอร์ซึ่งมีกลิ่นแรงดึงดูดพวกแมลงที่ช่วยในการกระจายสปอร์


5. Trametes versicolor

เห็ดชนิดนี้พบได้ทั่วโลกเรียกกันว่า Turkey Tail ลวดลายหลากสีของมันชวนให้นึกถึงขนหางของไก่งวงจึงถูกเรียกว่าเห็ดหางไก่งวง สีของมันขึ้นอยู่กับอายุและสถานที่อยู่อาจเป็นเฉดสีน้ำตาลสนิม น้ำตาลเข้ม สีเทา และแม้แต่สีดำ ถือเป็นเห็ดสมุนไพรใช้เป็นยารักษาโรคและถูกใช้เพื่อเสริมระบบภูมิคุ้มกันในการบำบัดรักษาโรคมะเร็ง


6. Hydnellum peckii

เห็ดประหลาดนี้พบในอเมริกาเหนือ ยุโรป อิหร่าน และเกาหลี มีชื่อเรียกหลายชื่อ เช่น Strawberries and cream และ Bleeding Tooth เป็นต้น ตอนที่อายุยังน้อยจะมีน้ำสีแดงสดคล้ายเลือดเยิ้มออกมา น้ำสีเลือดนั้นมีคุณสมบัติต้านการแข็งตัวของเลือด แม้ว่ามันจะไม่มีพิษแต่รสขมมากทำให้กินไม่ได้


7. Gyromitra esculenta

เห็ดสายพันธุ์นี้มักเรียกกันว่า Brain Mushroom เพราะมีรูปร่างคล้ายกับสมองมาก เห็ดชนิดนี้ถือเป็นอาหารอันโอชะของผู้คนในแถบสแกนดิเนเวียและยุโรปตะวันออก แต่ต้องผ่านกรรมวิธีที่ถูกต้องเท่านั้น หากรับประทานแบบดิบๆอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้


8. Phallus indusiatus

เห็ดที่ดูบอบบางนี้พบได้ในสวนและป่าไม้ทางตอนใต้ของเอเชีย แอฟริกา อเมริกา และออสเตรเลีย มีจุดเด่นตรงที่มีกระโปรงลูกไม้คลุมอยู่รอบตัวจึงมีชื่อเรียกอีกอย่างว่า Veiled Lady Mushroom กระโปรงลูกไม้เป็นสิ่งที่ดึงดูดสายตา หมวกของมันถูกเคลือบด้วยเมือกที่มีสปอร์สีน้ำตาลอมเขียวซึ่งดึงดูดแมลงที่จะช่วยกระจายสปอร์ เห็ดนี้เป็นอาหารที่มีประโยชน์และนิยมใช้ในอาหารจีน


9. Mycena chlorophos

เห็ดเรืองแสงนี้พบได้ในเขตกึ่งร้อนของเอเชีย ออสเตรเลีย และบราซิล หมวกและลำต้นของมันเปล่งแสงสีเขียวเรืองในความมืด จะส่องสว่างที่สุดเมื่ออายุประมาณ 1 วันและมีอุณหภูมิโดยรอบอยู่ที่ประมาณ 27 องศาเซลเซียส หลังจากนั้นแสงเรืองจะหม่นลงจนไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า


10. Laccaria amethystina

เห็ดสีม่วงที่สวยงามซึ่งพบได้ในป่าแถบอเมริกาเหนือ อเมริกากลาง ยุโรปและเอเชีย มันจะมีสีม่วงสดใสเมื่ออายุยังน้อย แต่จะจางหายไปเมื่ออายุมากขึ้น แม้ว่าเห็ดชนิดนี้จะกินได้แต่ก็ไม่ใช่ทางเลือกที่ดีเนื่องจากสารมลพิษในดินเช่นสารหนูสามารถสะสมอยู่ในเห็ดได้


11. Hericium erinaceus

ด้วยรูปร่างแปลกตาคล้ายแผงคอสิงโตหรือเคราเห็ดชนิดนี้จึงมีชื่อเรียกหลายชื่อ เช่น Lion’s Mane Mushroom, Bearded Tooth Mushroom และ Hedgehog Mushroom เป็นต้น มีถิ่นกำเนิดในอเมริกาเหนือสามารถพบได้บนไม้เนื้อแข็ง แม้จะมีหน้าตาแปลกๆแต่ก็สามารถกินได้และบางครั้งก็ถูกนำมาใช้แทนเนื้อหมูหรือเนื้อแกะในอาหารจีน


12. Chorioactis geaster

เป็นเห็ดที่หายากมากชนิดหนึ่งพบได้เฉพาะในบางพื้นที่ในรัฐเท็กซัส ประเทศอเมริกาและญี่ปุ่นเท่านั้น นักวิทยาศาสตร์ไม่รู้ว่าทำไมเห็ดนี้จึงอาศัยอยู่อย่างลึกลับเฉพาะในเท็กซัสและญี่ปุ่นซึ่งตั้งอยู่ในละติจูดเดียวกันแต่ห่างกันถึง 11,000 กม. ในเท็กซัสมันเติบโตบนรากของต้นซีดาร์ที่ตายแล้ว ส่วนในญี่ปุ่นมันเติบโตบนต้นโอ๊กที่ตายแล้ว เห็ดชนิดนี้จะโผล่ออกมาและแยกออกเป็นสี่ถึงเจ็ดแขนซึ่งมีเนื้อเยื่อที่มีสปอร์คล้ายกับ Octopus stinkhorn


13. Lactarius indigo

เห็ดสีครามนี้พบในป่าสนและป่าผลัดใบทางตะวันออกของอเมริกา เอเชียตะวันออก และอเมริกากลาง เมื่อมันถูกตัดหรือแตกออกจะมีน้ำยางไหลออกมาเป็นสีน้ำเงินครามที่สวยงามซึ่งค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีเขียวเมื่อสัมผัสกับอากาศ แม้ว่าจะดูเหมือนเป็นพิษมากแต่ก็มีรายงานว่าสามารถรับประทานได้และมีจำหน่ายในตลาดในประเทศจีน กัวเตมาลา และเม็กซิโก


14. Clathrus crispus

เห็ดชนิดนี้รู้จักกันในชื่อ Latticed stinkhorn, Basket stinkhorn หรือ Red cage พวกมันเติบโตในเศษใบไม้บนดินในสวนหรือในวัสดุคลุมดิน แม้จะไม่ชัดเจนว่ามันกินได้แต่กลิ่นของมันก็เพียงพอที่จะยับยั้งทุกคนที่สนใจจะกินมัน มันมีกลิ่นคล้ายกับเนื้อเน่าเพื่อดึงดูดแมลงซึ่งช่วยกระจายสปอร์ของมัน


15. Puffball Mushrooms

เห็ดชนิดนี้มีอยู่หลายสายพันธ์ุและแต่ละสายพันธุ์มีขนาดที่แตกต่างและมีลักษณะเฉพาะของตัวเอง แต่จะมีสิ่งที่เหมือนกันคือพวกมันจะไม่มีหมวกเปิดที่มีสปอร์ตามครีบดอกแต่สปอร์จะเติบโตภายในดอกแทนและมันจะพัฒนาช่องโพรงเพื่อปล่อยสปอร์ เมื่อแก่เต็มที่จะแตกออกทำให้สปอร์ฟุ้งกระจายออกมาอันเป็นที่มาของชื่อเรียกมันนั่นเอง


16. Rhodotus palmatus

นิยมเรียกกันว่า Wrinkled peach พบได้ในบางส่วนของอังกฤษและสหรัฐอเมริกาตอนกลาง เส้นตาข่ายสีขาวตัดกับสีชมพูด้านในมองเผินๆคล้ายลูกพีชเหี่ยวย่นแต่เป็นความสวยงามตามธรรมชาติของเห็ดชนิดนี้ที่ไม่ค่อยมีโอกาสพบเห็นกันบ่อยๆ


17. Sarcoscypha coccinea

เห็ดชนิดนี้เป็นที่รู้จักกันทั่วไปในชื่อ Scarlet cup หรือ Scarlet elf cup ด้วยรูปร่างของมันที่เหมือนกับถ้วยที่มีการตกแต่งภายในด้วยสีแดงสดใส ขนาดถ้วยอาจมีความกว้างไม่เกิน 4 เซนติเมตร สีแดงสดจะจางเป็นสีส้มเมื่อเห็ดมีอายุมากขึ้น เห็ดถ้วยแดงนี้สามารถพบในพื้นที่ชื้นบนกิ่งไม้หรือกิ่งไม้ที่ผุพังหรือตามใบไม้บนพื้นป่าในทุกทวีปยกเว้นแอนตาร์กติกา


18. Amanita muscaria

รู้จักกันในชื่อ Fly agaric หรือ Fly amanita เพราะนิยมใช้มันเป็นเหยื่อล่อเพื่อดักจับแมลงวัน สีอาจแตกต่างกันไปตั้งแต่สีแดง สีส้ม สีเหลือง จนถึงสีขาว ถูกพบกระจายตัวอยู่ในแถบอเมริกาเหนือมีสีสันแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ เห็ดชนิดนี้สามารถเติบโตได้สูงถึง 1 ฟุตและมีหมวกที่ใหญ่ขนาดเท่าจานอาหารค่ำ


19. Marasmius haematocephalus

เป็นเห็ดสายพันธุ์ที่หายากมากแต่มีรูปร่างสีสันสวยงามน่ารักในอันดับต้นๆ ภาพถ่ายที่สวยงามข้างบนนี้ถ่ายโดย Steve Axford ช่างภาพชาวออสเตรเลียผู้ซึ่งติดตามและบันทึกสิ่งมีชีวิตที่หายากที่สุดในโลก เห็ดชนิดนี้พบได้ในหลายพื้นที่ทั่วโลกรวมทั้งในรัฐแท็กซัส สหรัฐอเมริกา


20. Aseroe rubra

เห็ดรูปดาวที่สวยงามแปลกตานี้รู้จักกันในชื่อ Anemone stinkhorn หรือ Starfish fungus เป็นเห็ดมีกลิ่นเหม็นที่พบได้ทั่วไปในประเทศออสเตรเลีย ชอบเติบโตบนวัสดุคลุมดินและในพื้นที่ที่มีหญ้า พื้นผิวของมันมักถูกปกคลุมไปด้วยเมือกสีน้ำตาลซึ่งจะดึงดูดแมลงวันเพื่อช่วยกระจายสปอร์ของมัน


ข้อมูลและภาพจาก treehugger, allthatsinteresting

