นอร์เวย์ตั้งเป้าหมายให้รถใหม่เป็นรถยนต์ไฟฟ้าทั้ง 100% ภายในอีก 8 ปี

การปฏิวัติการใช้รถบนท้องถนนจากรถยนต์ที่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิงซึ่งปล่อยมลพิษออกมามหาศาล ไปสู่การใช้รถยนต์ไฟฟ้าที่ไม่มีการปล่อยมลพิษเลย กำลังขยายตัวครอบคลุมไปทั่วโลกด้วยอัตราที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ประเทศนอร์เวย์ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นพิเศษ โดยตั้งเป้าหมายให้รถใหม่เป็นรถยนต์ไฟฟ้าทั้งหมด 100% ภายในปี 2025

แม้ว่าปัจจุบันนอร์เวย์จะมีการใช้รถยนต์ไฟฟ้าเพียง 5% แต่เป็นการเติบโตแบบก้าวกระโดดจากที่มีใช้แค่ 1% เมื่อสองปีที่แล้ว และเมื่อเดือนที่แล้วรถยนต์ไฟฟ้ามีส่วนแบ่งการตลาดในนอร์เวย์ถึง 37%

นอร์เวย์ให้ความสำคัญและผลักดันเรื่องนี้อย่างเต็มที่มากกว่าประเทศอื่นในโลก พวกเขาสร้างแรงจูงใจด้วยการงดเว้นการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม 25% แก่ผู้ซื้อรถยนต์ไฟฟ้าคันใหม่ทุกคน

เมื่อเดือนธันวาคม 2016 นอร์เวย์มีรถยนต์ไฟฟ้าบนท้องถนนผ่านหลัก 100,000 คัน พวกเขาคาดว่าจะเพิ่มเป็น 400,000 คันภายในปี 2020 ตัวเลขนี้ถือว่าสูงมากสำหรับประเทศที่มีประชากรแค่ 5.2 ล้านคนอย่างนอร์เวย์

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมของนอร์เวย์กล่าวว่ามันเป็นไปได้ที่การขายรถยนต์ใหม่ที่ใช้น้ำมันจะสิ้นสุดลงในปี 2025 รถยนต์ไฟฟ้าขยายตัวอย่างมากจากหลายปัจจัย เช่น ราคารถยนต์ไฟฟ้าลดลงอย่างฮวบฮาบจากการผลิตทั้งแบตเตอรี่และรถยนต์ไฟฟ้าจำนวนมหาศาลในประเทศจีน

ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้ากำลังพุ่งทะยานดุจจรวดไปทั่วโลก มีการคาดการณ์ว่าในปี 2025 จะมีการใช้รถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลกถึง 37 ล้านคัน และรถยนต์ไฟฟ้าเหล่านั้นจะมีต้นทุนที่สามารถแข่งขันได้โดยไม่ต้องให้แรงจูงใจหรือให้เงินอุดหนุนใดๆ

ท่าทีของนอร์เวย์เป็นตัวบ่งชี้ต่อทิศทางและอนาคตของรถยนต์ไฟฟ้าสำหรับประเทศอื่นๆรวมถึงประเทศไทยได้เป็นอย่างดี แต่น่าสนใจที่ดูเหมือนจะมีสหรัฐอเมริกาเพียงประเทศเดียวที่ยังไม่ให้คำมั่นสัญญาในการแก้วิกฤติด้วยการเลิกใช้ถ่านหิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ยังไม่ได้แสดงท่าทีสนับสนุนต่อการแก้ปัญหาภาวะโลกร้อนเลย

 

ข้อมูลและภาพจาก  thinkprogress, natureworldnews


Leave a Reply

Your email address will not be published.