สวีเดนเปิดใช้งานถนนที่สามารถชาร์จไฟรถยนต์ขณะวิ่งได้แห่งแรกของโลกแล้ว

นวัตกรรมใหม่เพื่อรองรับการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าที่กำลังเป็นกระแสได้รับความนิยมพุ่งสูงขึ้นทั่วโลกได้เปิดตัวเพิ่มขึ้นอีกอย่างหนึ่งแล้ว เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2018 สวีเดนได้เปิดใช้งาน ‘eRoadArlanda’ ถนนที่สามารถชาร์จไฟรถยนต์ได้ขณะกำลังวิ่งได้ ถนนระยะทาง 2 กิโลเมตรติดตั้งรางเหล็กคู่หนึ่งสำหรับจ่ายไฟฟ้าไว้ที่กลางถนนเปิดใช้งานเป็นแห่งแรกของโลก มันสะดวกรวดเร็วดีกว่าหยุดชาร์จไฟที่สถานีข้างถนน สร้างง่ายกว่าและราคาถูกกว่าระบบชาร์จไฟแบบเหนี่ยวนำ

ถนนเส้นนี้อยู่ระหว่างสนามบินสต็อกโฮม-อาแลนดา (Stockholm-Arlanda Airport) กับศูนย์กระจายสินค้าใหญ่ที่เมือง Rosersberg จะเริ่มใช้งานโดยรถขนส่งพัสดุภัณฑ์ของ PostNord บริษ้ทโลจิสติกส์รายใหญ่ก่อน หลังจากนั้นจะเปิดให้รถขนสินค้ารายอื่นและรถส่วนตัวได้ใช้งานในภายหลัง

ไฟฟ้าจะถูกส่งผ่านมาทางรางเหล็กที่ถูกฝังอยู่ใต้ผิวถนน เมื่อรถวิ่งผ่านสามารถยื่นแขนที่แกว่งไปมาได้ (Moveable Arm) จากใต้ท้องรถลงไปในร่องรางเหล็กเพื่อชาร์จไฟขณะกำลังวิ่งได้ การออกแบบจะคล้ายๆกับรางรถเด็กเล่นสล็อตคาร์ เมื่อรถออกนอกแนวรางแขนชาร์จไฟก็จะหดกลับเอง

ในสวีเดนมีถนนอยู่ทั้งหมดราว 5 แสนกิโลเมตร เป็นทางหลวงราว 20,000 กิโลเมตร Hans Säll ผู้บริหารระดับสูงของ eRoadArlanda องค์กรที่อยู่เบื้องหลังของเทคโนโลยีนี้เชื่อว่าการสร้างถนนชาร์จไฟได้แบบนี้ราว 2 – 4% ของถนนทั้งหมดก็จะเพียงพอแล้ว

“ถ้าเราสร้างถนนไฟฟ้าบนทางหลวง 20,000 กิโลเมตรก็จะเพียงพออย่างแน่นอน” Säll กล่าว “ระยะห่างระหว่างทางหลวงสองสายจะไม่เกิน 45 กิโลเมตรซึ่งรถยนต์ไฟฟ้าสามารถวิ่งได้ไกลกว่านั้นอยู่แล้วโดยไม่ต้องชาร์จไฟใหม่ บางคนยังเชื่อว่าสร้างถนนไฟฟ้าแค่ 5,000 กิโลเมตรก็เพียงพอแล้ว”

first-electric-road-in-sweden-2

เงินลงทุนในการสร้างถนนชาร์จไฟได้แบบนี้ตกราว 1 ล้านยูโรต่อกิโลเมตรซึ่งถูกกว่าการสร้างรถรางไฟฟ้าในเมืองถึง 50 เท่า และไม่ต้องกังวลเรื่องที่กระแสไฟฟ้าจะเป็นอันตรายต่อคนเดินถนน

“ไม่มีกระแสไฟฟ้าบนผิวถนน” Säll กล่าว “มันมี 2 ราง คล้ายกับปลักบนผนังที่มี 2 รู กระแสไฟฟ้าจะอยู่ต่ำลงไป 5 – 6 เซ็นติเมตร ต่อให้มีน้ำท่วมรางก็จะมีกระแสไฟฟ้าบนผิวเพียง 1 โวลต์เท่านั้นซึ่งเราสามารถเดินเท้าเปล่าบนมันได้เลย”

การปล่อยคาร์บอนสู่บรรยากาศในสวีเดนมาจากภาคการขนส่ง 30% พวกเขาตั้งเป้าหมายที่จะลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลในภาคการขนส่งลง 70% ภายในปี 2030 รวมถึงทำให้การปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์ภายในปี 2050 และถนนชาร์จไฟรถได้นี้ก็จะเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมเพื่อให้บรรลุเป้าหมายนั้น

 
 

ข้อมูลและภาพจาก theguardian, newmobility

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *