ไขปริศนารอยยิ้มลึกลับของโมนาลิซาคือเสน่ห์เย้ายวนใจของสภาวะที่ไม่สมบูรณ์

เป็นเวลากว่า 500 ปีแล้วที่เลโอนาร์โด ดาวินชีได้เขียนภาพที่โด่งดังที่สุดในโลก “โมนาลิซา” ปัจจุบันเธอถูกแขวนอยู่หลังกระจกกันกระสุนในห้องส่วนตัวในพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ รอคอยผู้มาเยี่ยมชมปีละหลายล้านคน หนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ภาพนี้เป็นที่ชื่นชอบและถูกพูดถึงมากที่สุดคือรอยยิ้มลึกลับของเธอที่ผู้คนสงสัยว่ามันเกี่ยวกับเรื่องอะไร แม้จะมีทฤษฎีในเรื่องนี้มากมายแต่ไม่มีคำอธิบายที่ชัดเจน แต่ตอนนี้มีนายแพทย์คนหนึ่งบอกว่าเขาไขปริศนานี้ได้แล้ว

เมื่อปีที่แล้วนายแพทย์ Mandeep R. Mehra ผู้อำนวยการศูนย์โรคหัวใจที่เมืองบอสตัน สหรัฐอเมริกา เป็นหนึ่งในผู้คนที่ไปเบียดออกันแน่นเพื่อแย่งชมภาพโมนาลิซาให้ใกล้ที่สุด เขาได้พิจารณารายละเอียดของเธอที่ดูแปลกๆ เธอมีผิวสีเหลือง ผมบาง และรอยยิ้มที่ดูไม่สมดุล

“ผมมีโอกาสไปอยู่ที่นั่นหนึ่งชั่วโมง และใช้เวลาครึ่งหนึ่งจ้องมองที่ภาพนี้ ผมไม่ใช่ศิลปิน ผมไม่รู้ว่าจะชื่นชมศิลปะอย่างไร แต่ผมรู้วิธีการวินิจฉัยทางการแพทย์เป็นอย่างดี” Mehra กล่าว

mystery-of-mona-lisa-smile-2

Mehra สรุปว่า Gherardini Lisa ผู้เป็นนางแบบในภาพนี้กำลังได้รับความทุกข์ทรมานจากโรคไฮโปไทรอยด์ (Hypothyroidism) ซึ่งเป็นภาวะที่ต่อมไทรอยด์ผลิตฮอร์โมนไทรอยด์ออกมาไม่เพียงพอ อาการของโรค เช่น มือบวม ผมบาง และมีก้อนที่คอ ทั้งหมดปรากฏอยู่ในภาพ

Mehra อธิบายว่าถ้าได้จ้องมองภาพโมนาลิซาแบบใกล้ชิด คุณจะเริ่มเห็นรายละเอียดที่ผิดปกติหลายอย่าง เช่น ด้านในมุมตาข้างซ้ายของเธอมีตุ่มเล็กๆอยู่ระหว่างท่อน้ำตากับสันจมูก ผมของเธอบางผิดปกติ เธอไม่มีขนคิ้วเลย มือขวาที่วางทับบนมือซ้ายมองเห็นนิ้วชี้บวมอย่างชัดเจน เธอยังมีผิวสีเหลือง ทั้งหมดเป็นอาการของโรคคอพอก

mystery-of-mona-lisa-smile-3

“หลังจากสังเกตเห็นสิ่งเหล่านี้ มันเห็นได้ชัดว่ามีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นกับเธอ” Mehra กล่าว “ก้อนที่คออาจเป็นต่อมไทรอยด์ที่โตผิดปกติซึ่งเป็นอาการของการเริ่มเป็นโรคคอพอก รอยยิ้มแปลกๆนั้นอาจเป็นผลจากการไร้สมรรถภาพที่เกิดจากการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อ”

ปริศนารอยยิ้มลึกลับของโมนาลิซาจึงถูกไขด้วยการวินิจฉัยของแพทย์ว่าเป็นโรคไฮโปไทรอยด์นี่เอง Mehra ยังบอกว่าด้วยข้อจำกัดในการรักษาโรคนี้เมื่อช่วงเวลานั้นอาจทำให้ Gherardini Lisa เสียชีวิตตั้งแต่อายุยังน้อยมาก

เพื่อสนับสนุนการวินิจฉัยของเขา Mehra ได้ตรวจสอบข้อมูลของชาวเมืองฟลอเรนซ์ในศตวรรษที่ 16 เพื่อหาหลักฐานการเป็นโรคไฮโปไทรอยด์ที่อาจเป็นโรคทั่วไปของผู้คนในเมือง หรืออาจเป็นปัญหาทั่วไปของชาวอิตาลีในยุคเรอเนสซองส์ และพบว่าโรคคอพอกปรากฏอยู่ทั่วไปในภาพเขียนและงานประติมากรรม

เขาพบว่าอาหารที่กินกันในสมัยนั้นที่ส่วนใหญ่เป็นผักขาดไอโอดีนซึ่งจำเป็นต่อต่อมไทรอยด์อย่างมาก ผักส่วนใหญ่ที่ชาวเมืองฟลอเรนซ์ในยุคเรอเนสซองส์กินกัน อย่างเช่น กระหล่ำดอก กะหล่ำปลี และผักเคลล้วนเป็นอาหารที่ทำให้เกิดโรคคอพอกได้ง่าย

ดาวินชีไม่ได้เป็นเพียงแค่หนึ่งในจิตรกรที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากที่สุดเท่านั้น แต่เขายังเป็นนักกายวิภาคอีกด้วย รายละเอียดพวกนี้มิอาจหลุดรอดสายตาเขาไปได้ ก้อนที่ตาและคอ ผมที่บางผิดปกติ และตาขาวที่เหลืองซีดไม่ได้เป็นเรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน

“ผมรู้ดีว่าผมกำลังดูผลงานชิ้นเอกของศิลปินคนพิเศษผู้ให้รายละเอียดประกอบเล็กๆทุกอย่างได้อย่างมหัศจรรย์เหลือเชื่อ” Mehra

 

ข้อมูลและภาพจาก techexplorist, inverse



Leave a Reply

Your email address will not be published.