10 สิ่งมหัศจรรย์ในระบบสุริยะของเราที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน

จักรวาลไม่เคยขาดความสวยงามและความประหลาดใจ ระบบสุริยะของเราก็เช่นกัน ภายในพื้นที่อันกว้างใหญ่ของระบบสุริยะมีสิ่งมหัศจรรย์มากมาย หลายอย่างคุณอาจไม่เชื่อว่ามันมีอยู่จริง แต่พร้อมกับวันเวลาที่ผันผ่านและการสำรวจอันเข้มข้นของทีมนักวิทยาศาสตร์ การค้นพบใหม่ๆได้เกิดขึ้นตลอดเวลา สิ่งสวยงาม น่าทึ่ง และน่าประหลาดใจในระบบสุริยะจึงถูกค้นพบเป็นจำนวนมาก และต่อไปนี้คือ 10 สิ่งมหัศจรรย์ในระบบสุริยะของเราที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน

 
1. Utopia Planitia หลุมอุกกาบาตที่ใหญ่ที่สุด

10-wonders-of-the-solar-system-01

Utopia Planitia เป็นหลุมอุกกาบาตที่ใหญ่ที่สุดในระบบสุริยะ เป็นแอ่งที่ทอดยาวกว่า 3,300 กม.อยู่ที่บริเวณที่ราบทางเหนือของดาวอังคาร เชื่อกันว่าเกิดขึ้นในช่วงต้นของประวัติศาสตร์ดาวอังคาร จึงมีความเป็นไปได้ที่ครั้งหนึ่ง Utopia Planitia อาจเป็นที่อยู่ของมหาสมุทรในอดีต ปี 2016 ยานสำรวจดาวอังคารของ NASA ได้เพิ่มน้ำหนักให้กับทฤษฎีนี้หลังจากตรวจพบตะกอนน้ำแข็งจำนวนมากใต้หลุมอุกกาบาต มีปริมาณน้ำมากเท่ากับปริมาณของทะเลสาบสุพีเรีย (ทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในโลก) และอยู่ลึกลงไปใต้พื้นผิว 1 ถึง 10 เมตร

 
2. Olympus Mons ภูเขาที่สูงที่สุด

10-wonders-of-the-solar-system-02

Olympus Mons เป็นภูเขาไฟขนาดมหึมาบนดาวอังคารมีความสูงมากกว่า 21.9 กม. หรือประมาณสองเท่าครึ่งของยอดเขาเอเวอเรสต์ เป็นภูเขาและภูเขาไฟที่ใหญ่ที่สุดและสูงที่สุดในระบบสุริยะ Olympus Mons เป็นภูเขาไฟที่มีอายุน้อยที่สุดบนดาวอังคาร ตั้งอยู่ในซีกตะวันตกของดาวอังคาร ยังมีภูเขาที่สูงพอๆกับ Olympus Mons อีกแห่งหนึ่งอยู่กลางหลุมอุกกาบาต Rheasilvia บนดาวเคราะห์น้อย Vesta แต่ยังไม่มีการตั้งชื่อเป็นทางการ

 
3. Valles Marineris แคนยอนที่ใหญ่ที่สุด

10-wonders-of-the-solar-system-03

Valles Marineris เป็นแคนยอนที่ใหญ่ที่สุดในระบบสุริยะ มีขนาดยาว 4,000 กม. และลึก 7 กม. เมื่อเทียบกันแกรนด์แคนยอนในประเทศสหรัฐอเมริกากลายเป็นแคนยอนขนาดเล็กไปเลย เพราะว่า Valles Marineris ยาวกว่าเกือบ 10 เท่าและลึกกว่าเกือบ 5 เท่า ถือเป็นเป้าหมายที่น่าสนใจสำหรับภารกิจสำรวจดาวอังคาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งล่าสุดนักวิทยาศาสตร์เพิ่งพบว่ามีตะกอนน้ำแข็งอยู่ใต้พื้นของ Valles Marineris เป็นจำนวนมาก

 
4. น้ำพุขนาดมหึมาบนดวงจันทร์ Enceladus

10-wonders-of-the-solar-system-04

Enceladus ดวงจันทร์ใหญ่อันดับสองของดาวเสาร์มีสิ่งมหัศจรรย์ที่ไม่ค่อยพบเจอในที่อื่นๆคือ ไกเซอร์ (Geyser) หรือน้ำพุที่งดงามซึ่งค้นพบแล้วมากกว่า 100 แห่ง เปลือกของ Enceladus ปกคลุมไปด้วยน้ำแข็งหนา และใต้ผิวน้ำแข็งเป็นที่ตั้งของมหาสมุทรขนาดใหญ่ที่มีน้ำลึกประมาณ 10 กม. น้ำใต้พื้นผิวปะทุจากรอยแตกบนพื้นผิวและส่งไอสีขาวอันน่าทึ่งสู่อวกาศ ที่ขั้วใต้ของ Enceladus มีไอน้ำพวยพุ่งออกมาเป็นทางยาวถึง 135 กม. นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าลักษณะพิเศษนี้เป็นจุดที่น่าจะมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ได้มากที่สุดในระบบสุริยะที่อยู่นอกโลกของเรา

 
5. ยอดเขาแห่งแสงนิรันดร์บนดวงจันทร์ของโลก

10-wonders-of-the-solar-system-05


ยอดเขาแห่งแสงนิรันดร์ (Peaks of Eternal Light) หมายถึงจุดที่ได้รับแสงอาทิตย์อยู่ตลอดเวลา แม้ว่ายังไม่มีการค้นพบว่ามีจุดนี้อยู่จริง แต่บนดวงจันทร์ของเราเกือบจะมียอดเขาแห่งแสงนิรันดร์อยู่ด้วย จากการสำรวจของยาน Lunar Reconnaissance Orbiter ของ NASA พบว่ามียอดเขา 4 แห่งที่ได้รับแสงอาทิตย์มากกว่า 80 ถึง 90 เปอร์เซ็นต์ของเวลา หากวันหนึ่งมนุษย์ไปตั้งรกรากบนดวงจันทร์ก็มีแนวโน้มว่าฐานแรกจะถูกสร้างขึ้นบนหนึ่งในยอดเขาเหล่านี้เพื่อใช้ประโยชน์จากพลังงานแสงอาทิตย์ได้อย่างเต็มที่

 
6. จุดแดงใหญ่ (Great Red Spot) ของดาวพฤหัสบดี

10-wonders-of-the-solar-system-06

จุดแดงใหญ่ของดาวพฤหัสบดีเป็นพายุต้านไซโคลน (หมุนทวนเข็มนาฬิกา) กว้างประมาณ 1.3 เท่าของโลก เชื่อกันว่ามีอายุหลายร้อยปี แม้ว่าจะไม่มีคำตอบที่แน่ชัดว่าอะไรเป็นเหตุให้เกิดจุดแดงใหญ่ขึ้น แต่เรารู้อย่างหนึ่งคือมันกำลังหดตัวลง จากบันทึกที่สังเกตการณ์เมื่อปี 1800 วัดขนาดได้ที่ประมาณ 56,000 กม. หรือประมาณสี่เท่าของเส้นผ่านศูนย์กลางของโลก แต่เมื่อยานโวเอเจอร์ 2 บินผ่านดาวพฤหัสบดีในปี 1979 มันมีขนาดเล็กลงมากคือใหญ่กว่าโลกราวสองเท่า เป็นไปได้ว่าในอีกหลายสิบปีข้างหน้ามันอาจจะหายไปอย่างสมบูรณ์กลายเป็นจุดแดงแห่งความทรงจำ (Great Red Memory)

 
7. สุริยุปราคาเต็มดวงบนโลก

10-wonders-of-the-solar-system-07

ไม่มีที่ไหนในระบบสุริยะของเราที่จะมีสุริยุปราคาเต็มดวงสมบูรณ์แบบเท่ากับที่เกิดขึ้นบนโลกของเรา ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อดวงจันทร์เคลื่อนผ่านระหว่างโลกกับดวงอาทิตย์ ในช่วงเวลานั้นดวงจันทร์จะบดบังพื้นผิวทั้งหมดของดวงอาทิตย์ได้อย่างสมบูรณ์ เหลือเพียงบรรยากาศภายนอกที่ลุกเป็นไฟเท่านั้น ถือเป็นเรื่องบังเอิญทางคณิตศาสตร์ที่ทำให้เกิดสิ่งนี้ขึ้นได้ เพราะแม้ว่าเส้นผ่านศูนย์กลางของดวงจันทร์จะเล็กกว่าดวงอาทิตย์ประมาณ 400 เท่า แต่ดวงจันทร์ก็อยู่ใกล้โลกกว่าดวงอาทิตย์ประมาณ 400 เท่าเช่นกัน ดังนั้นจึงเกิดภาพลวงตาบนท้องฟ้าที่ทำให้มองเห็นว่าดวงจันทร์มีขนาดเท่ากับดวงอาทิตย์พอดิบพอดี แต่สิ่งนี้จะไม่ดำรงอยู่ตลอดไปเพราะดวงจันทร์กำลังเคลื่อนตัวออกห่างจากโลกทีละนิดจนในที่สุดจะไม่มีปรากฏการณ์สุริยุปราคาเต็มดวงเกิดขึ้นบนโลกอีกต่อไป

 
8. แท่งน้ำแข็งยอดแหลมบนดวงจันทร์ Callisto

10-wonders-of-the-solar-system-08

Callisto เป็นดวงจันทร์ที่ใหญ่เป็นอันดับสองของดาวพฤหัสบดี มีพื้นผิวหลุมอุกกาบาตที่เก่าแก่และหนาแน่นที่สุดในระบบสุริยะ เมื่อปี 2001 ยานอวกาศ Galileo ของ NASA ได้ตรวจพบยอดแหลมที่ปกคลุมไปด้วยน้ำแข็งซึ่งยื่นออกมาจากพื้นผิวของ Callisto เต็มไปหมด บางแห่งสูงถึง 100 เมตร นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าแท่งน้ำแข็งยอดแหลมผิวขรุขระที่แปลกประหลาดนี้เป็นผลมาจากการกัดเซาะที่เกิดจากการระเหิด และพวกมันเป็นสิ่งมหัศจรรย์ชั่วคราวในธรรมชาติแบบเดียวจุดแดงใหญ่บนดาวพฤหัสบดี เพราะพวกมันยังคงกัดเซาะและจะหายไปในที่สุด

 
9. วงแหวนของดาวเสาร์

10-wonders-of-the-solar-system-09

วงแหวนของดาวเสาร์มีความกว้างประมาณ 386,000 กม. ประกอบด้วยน้ำแข็ง ฝุ่น และหิน โดยมีความหนาน้อยมากคือตั้งแต่ 9 ถึง 90 เมตร เชื่อกันว่าวงแหวนนี้เก่าแก่มากมีมาตั้งแต่การก่อตัวของดาวเสาร์เมื่อ 4.5 พันล้านปีก่อน หลายคนเชื่อว่าเป็นวัสดุเหลือจากการกำเนิดของดาวเสาร์ แต่บางคนก็เชื่อว่าอาจเป็นซากของดวงจันทร์ที่ถูกทำลายโดยแรงดึงดูดมหาศาลของดาวเสาร์ แม้ว่าวงแหวนของดาวเสาร์จะงดงามจนได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในสิ่งที่สวยงามที่สุดบนท้องฟ้า แต่ก็มีความลึกลับที่เราจะต้องศึกษาเรียนรู้อีกมากมาย เช่น ที่ D-ring วงแหวนชั้นในสุดทุกๆวินาทีจะมี “ฝน” ของวัสดุ 10 ตันตกลงสู่บรรยากาศชั้นบนของดาว

 
10. หน้าผาที่สูงที่สุดบนดวงจันทร์ Miranda

10-wonders-of-the-solar-system-10

บนดวงจันทร์ Miranda ซึ่งเป็นดวงจันทร์ที่เล็กที่สุดของดาวยูเรนัสมีหน้าผาที่ใหญ่ที่สุดในระบบสุริยะเรียกว่า Verona Rupes ถูกจับภาพได้ระหว่างการบินผ่านยานโวเอเจอร์ 2 ในปี 1986 และเชื่อกันว่าจุดตกในแนวดิ่งสูงถึง 19 กม. เทียบกับหน้าผาที่สูงที่สุดในโลกซึ่งตั้งอยู่บน Mount Thor ในแคนาดา มีความสูงในแนวดิ่งแค่ราว 1.25 กม. เท่านั้น หลายคนอาจนึกหวาดเสียวหากตกจากหน้าผา Verona Rupes แต่จริงๆแล้วไม่มีอะไรน่าหวาดหวั่นเลยเพราะด้วยแรงโน้มถ่วงที่ต่ำมากของ Miranda คุณจะตกอย่างอิสระเป็นเวลาประมาณ 12 นาทีก่อนถึงพื้น คุณจะรอดชีวิตได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้ร่มชูชีพ

 

ข้อมูลและภาพจาก treehugger, worldatlas


Leave a Reply

Your email address will not be published.