10 อาคารที่สวยที่สุดในโลกตามหลักวิทยาศาสตร์ของ “อัตราส่วนทอง”

ตั้งแต่เมื่อหลายพันปีก่อนจนถึงปัจจุบันมีการสร้างอาคารด้วยสถาปัตยกรรมและการออกแบบอันวิจิตรงดงามมากมายทั่วโลก การจะระบุว่าอาคารใดสวยที่สุดนั้นเป็นเรื่องยากมาก เพราะเขาว่ากันว่าความสวยอยู่ที่คนมอง แต่ในทางวิทยาศาสตร์ยังมีมุมมองและหลักเกณฑ์ที่อาจหาคำตอบในเรื่องนี้ได้ผ่านทางตัวเลขมหัศจรรย์ซึ่งรู้จักกันมาช้านานที่เรียกว่า “อัตราส่วนทอง”

อัตราส่วนทอง (Golden Ratio) เป็นค่าคงที่ทางคณิตศาสตร์ที่แปลกพิสดารค่าหนึ่ง ใช้ตัวอักษรกรีก φ (phi) แทนค่านี้ ค่าของ φ เท่ากับ 1.618033988… (เป็นทศนิยมไม่รู้จบ) อัตราส่วนทองได้สร้างความประหลาดใจให้กับนักวิทยาศาสตร์และศิลปิน เนื่องจากมันถูกพบอยู่ในธรรมชาติในรูปแบบของเกลียวทองคำมากมายอย่างคาดไม่ถึง ในขณะที่หากใช้อัตราส่วนทองในการออกแบบอาคารก็จะได้สัดส่วนที่สง่างาม แม้กระทั่งผู้หญิงที่สวยที่สุดยังต้องมีสัดส่วนสอดคล้องตรงกับอัตราส่วนทอง ภาพเขียน “โมนาลิซา” ก็ใช้อัตราส่วนทองด้วยเช่นกัน

บริษัท Roofing Megastore ได้ทำวิจัยและจัดลำดับอาคารที่สวยที่สุดในโลกโดยใช้อัตราส่วนทองเป็นเกณฑ์ พวกเขาวิเคราะห์งานสถาปัตยกรรมที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก 100 ชิ้น เปรียบเทียบสัดส่วนของอาคารแต่ละหลังในจุดต่างๆที่สำคัญด้านหน้าอาคาร ทั้งมุมด้านบน ด้านล่าง และศูนย์กลางของอาคารว่ามีความสอดคล้องกับอัตราส่วนทองมากแค่ไหน โดยคิดออกมาเป็น % เพื่อให้สามารถเปรียบเทียบกันได้ และต่อไปนี้คือ 10 อาคารที่สวยที่สุดในโลกที่ใช้อัตราส่วนทองเป็นเกณฑ์

 
1. St. Paul’s Cathedral, England (72.28%)

มหาวิหารเซนต์พอลถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 17 หลังเหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งใหญ่ของกรุงลอนดอนเมื่อปี 1666 Sir Christopher Wren สถาปิกนิกและนักฟิสิกส์ชาวอังกฤษใช้เวลาในการวางแผนและออกแบบนาน 9 ปีโดยตั้งใจที่จะรักษาสไตล์โบสถ์ยุคกลางของอังกฤษดั้งเดิมให้คงอยู่ และยังได้รับแรงบันดาลใจจากมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ในนครวาติกัน อาคารที่สวยอันดับ 1 ของโลกแห่งนี้ตั้งอยู่บนเนินเขาอันเป็นจุดที่สูงที่สุดในกรุงลอนดอน แต่ละปีต้องต้อนรับผู้คนประมาณสองล้านคนที่เข้าคิวเพื่อเข้าเยี่ยมชมสถาปัตยกรรมที่งดงามพร้อมการตกแต่งที่สลับซับซ้อนน่าประทับใจทั้งภายนอกและภายใน

 
2. Marina Bay Sands Hotel, Singapore (70.88%)

มารีนาเบย์แซนส์ เป็นรีสอร์ทสุดหรูครบวงจรขนาดใหญ่ ประกอบด้วยโรงแรม 2,561 ห้อง ศูนย์นิทรรศการ ห้างสรรพสินค้า พิพิธภัณฑ์ โรงละคร ร้านอาหาร และคาสิโนขนาดใหญ่ โครงสร้างหลักเป็นอาคารสูง 55 ชั้นสามหลังลักษณะเหมือนไพ่สามสำรับวางตั้งเรียงกัน และมีเรือวางทับอยู่ด้านบนอันเป็นที่ตั้งของ Sands Sky Park สวนลอยฟ้าขนาดใหญ่ที่มีสระว่ายน้ำยาว 150 เมตรไว้บริการลูกค้า มารีนาเบย์แซนส์สร้างเสร็จและเปิดให้บริการเมื่อปี 2010 ถือเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของสิงคโปร์

 
3. Westminster Abbey, England (70.50%)

เวสต์มินสเตอร์แอบบีย์เป็นโบสถ์ที่มีสถาปัตยกรรมแบบโกธิกในกรุงลอนดอน เป็นอาคารทางศาสนาที่โดดเด่นที่สุดแห่งหนึ่งของสหราชอาณาจักร ถูกใช้เป็นสถานที่จัดพิธีราชาภิเษกและที่ฝังศพของพระมหากษัตริย์อังกฤษ รวมทั้งนักวิทยาศาสตร์และศิลปินคนสำคัญ หอสองหออันโดดเด่นด้านหน้าสร้างเสร็จในปี 1745 เวสต์มินสเตอร์แอบบีย์เคยได้รับความเสียหายอย่างหนักจากการทิ้งระเบิดในสงครามโลกครั้งที่สอง แต่ได้รับการบูรณะไม่นานหลังสงคราม

 
4. Osaka Castle, Japan (70.38%)


ปราสาทโอซาก้า ตั้งอยู่ในเมืองโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น เป็นปราสาทที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศญี่ปุ่น ปราสาทโอซาก้ามีความโดดเด่นที่หอคอย 5 ชั้นที่สร้างด้วยสถาปัตยกรรมญี่ปุ่น เริ่มสร้างขึ้นเมื่อปี 1583 ปัจจุบันรัฐบาลญี่ปุ่นกำหนดให้เป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่สำคัญ อีกทั้งยังกลายเป็นแลนด์มาร์กและสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมที่นักท่องเที่ยวทุกคนต้องไม่พลาดไปเยี่ยมชมเมื่อมาถึงเมืองโอซาก้า

 
5. St. Basil’s Cathedral, Russia (69.10%)

มหาวิหารเซนต์บาซิล เป็นอาสนวิหารของคริสตจักรรัสเซียออร์ทอดอกซ์ ตั้งอยู่ที่จัตุรัสแดง กรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย และเป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่ได้รับความนิยมมากที่สุดแห่งหนึ่งของรัสเซีย โบสถ์แห่งนี้สร้างขึ้นในปี 1561 ตามคำสั่งของซาร์อีวานที่ 4 แห่งรัสเซียเพื่อฉลองชัยชนะเหนือมองโกล ผลจากชัยชนะครั้งนั้นทำให้รัสเซียสามารถรวมชาติได้เป็นปึกแผ่น มหาวิหารเซนต์บาซิลมีโดมทั้งหมด 9 โดม และมีรูปร่างเหมือนเปลวไฟที่ลอยขึ้นไปบนท้องฟ้า

 
6. Casa Mila, Spain (68.64%)

คาซา มิลา เป็นอาคารสมัยใหม่ในบาร์เซโลนา ประเทศสเปน สร้างขึ้นเมื่อปี 1906 เพื่อใช้เป็นอพาร์ทเมนต์ให้เช่าและที่พักส่วนตัวจากฝีมือการออกแบบของ Antoni Gaudí สถาปนิกชาวสเปนผู้ออกแบบมหาวิหารซากราดาฟามีเลียอันโด่งดัง ด้านหน้าของอาคารเป็นแนวโค้งคล้ายลูกคลื่นและมีระเบียงเหล็กดัดที่บิดเป็นเกลียว ตอนสร้างเสร็จใหม่ๆชาวเมืองจำนวนมากลงความเห็นว่าน่าเกลียดน่ากลัวถึงขนาดขอให้เจ้าของทุบทิ้ง แต่ต่อมาในปี 1984 ยูเนสโกประกาศให้เป็นมรดกโลก ปัจจุบันเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมที่มีผู้มาเยี่ยมชมนับล้านคนในแต่ละปี

 
7. Florence Cathedral, Italy (67.52%)

มหาวิหารฟลอเรนซ์ เป็นมหาวิหารในสไตล์โกธิกเก่าแก่ที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งในอิตาลี สร้างเสร็จเมื่อปี 1436 เป็นมหาวิหารที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ในอิตาลีรองลงมาจากมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ที่รัฐวาติกัน ประกอบด้วยอาคารหลัก 3 อาคารและโดมขนาดใหญ่ที่จนถึงวันนี้ยังคงเป็นโดมอิฐที่ใหญ่ที่สุดที่เคยสร้างมา ด้านหน้า (Facade) ของมหาวิหารที่สร้างขึ้นใหม่ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 มีความงดงามและโดดเด่นอย่างยิ่ง

 
8. Taj Mahal, India (67.45%)

ทัชมาฮาลเป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์สมัยใหม่ของโลก สร้างขึ้นโดยจักรพรรดิชาห์ชะฮันในปี 1632 เพื่อเป็นที่ฝังศพของภรรยาคนโปรดของเขา ทัชมาฮาลได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกเมื่อปี 1983 ในฐานะ “เพชรน้ำเอกของศิลปะมุสลิมในอินเดีย” และได้รับการยกย่องให้เป็นผลงานชิ้นเอกของสถาปัตยกรรมโมกุลและเป็นสัญลักษณ์ของประวัติศาสตร์อันยาวนานของอินเดีย ทัชมาฮาลเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันดับต้นๆของโลก มีผู้เดินทางมาเยี่ยมชมหลายล้านคนต่อปี

 
9. Dancing House, Czech Republic (66.87%)

แดนซิงเฮาส์หรือบ้านเต้นรำเป็นสถาปัตยกรรมสมัยใหม่อันโดดเด่นที่ตั้งอยู่ท่ามกลางอาคารคลาสสิกสไตล์บาร็อค โกธิกและอาร์ตนูโวของกรุงปราก สาธารณรัฐเช็ก ตัวอาคารมีลักษณะโค้งงอเหมือนสรีระของนักเต้นหญิงชายคู่หนึ่ง อาคารนี้เดิมมีชื่อว่า Fred and Ginger ที่ตั้งตามชื่อของนักเต้นคู่ดังซึ่งเป็นแรงบันดาลใจของการออกแบบอาคาร

 
10. Neuschwanstein, Germany (63.10%)

ปราสาทนอยชวานสไตน์เป็นพระราชวังสมัยศตวรรษที่ 19 ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของแคว้นบาวาเรีย ประเทศเยอรมนี เป็นหนึ่งในปราสาทที่ได้รับการยกย่องว่างดงามมากที่สุดของโลก และเป็นต้นแบบของการสร้างปราสาทเทพนิยายเจ้าหญิงนิทราที่สวนสนุกดิสนีย์แลนด์ พระเจ้าลูทวิชที่ 2 แห่งบาวาเรียเป็นผู้สร้างขึ้นในช่วงปีช่วง 1845 – 1886 เพื่อเป็นที่ประทับส่วนพระองค์อย่างสันโดษห่างจากผู้คน ไม่นานหลังจากพระองค์สิ้นพระชนม์ในปี 1886 ประสาทแห่งนี้ก็เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชม ซึ่งมีผู้เข้าเยี่ยมชมแล้วมากกว่า 61 ล้านคน

ทีมวิจัยได้จัดลำดับอาคารที่สวยที่สุดในโลกไว้ 50 อันดับ ตัวอย่างอาคารที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่อยู่ในลิสต์รายชื่อได้แก่ มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ (อันดับ 12), มหาพีระมิดแห่งกีซา (19), วิหารแพนธิออน (26), มหาวิหารซากราดาฟามีเลีย (32) และมหาวิหารนอเทรอดาม (46) เป็นต้น อาคารที่สวยงามที่สุดในโลกตามหลักวิทยาศาสตร์ 50 อันดับแรกดังตารางข้างล่าง

ข้อมูลและภาพจาก roofingmegastore, dailymail


Leave a Reply

Your email address will not be published.