รูปทรงของแก้วไวน์มีส่วนช่วยให้รสชาติของไวน์ดีขึ้นได้อย่างน่าประหลาดใจ

แก้วสำหรับดื่มไวน์มีรูปร่างลักษณะที่แตกต่างจากแก้วสำหรับดื่มน้ำหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ชนิดอื่นอย่างชัดเจน รูปทรงที่ได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษนี้มิได้เพียงให้ดูเท่หรูหราแปลกตาเท่านั้น แต่เพื่อดึงเอารสชาติและกลิ่นหอมของไวน์ออกมาให้มากที่สุด คุณจะต้องเลือกแก้วไวน์ที่มีรูปทรงเหมาะสมสอดคล้องกับไวน์แต่ละชนิดหากต้องการลิ้มรสที่ดีที่สุดของมัน

ทุกส่วนของแก้วไวน์ทั้งขอบแก้ว (Rim), ตัวแก้ว (Bowl), ก้านแก้ว (Stem), ฐานแก้ว (The Foot) รวมไปถึงวัสดุที่ใช้ทำแก้วไวน์ล้วนมีบทบาทต่อการชิมไวน์ทั้งสิ้น การชิมไวน์มิเพียงสัมผัสรสผ่านลิ้นเท่านั้น แต่ยังต้องสูดดมกลิ่นหอมหวานผ่านจมูกด้วย แก้วไวน์จึงถูกออกแบบตามลักษณะและองค์ประกอบของไวน์แต่ละชนิด

wine-glass-2

เช่นดียวกับการเสพงานศิลป์การดื่มไวน์ถือเป็นสุนทรียศาสตร์ที่ต้องมีเทคนิคและรายละเอียดหลายอย่าง เริ่มจากรินไวน์ลงไปปริมาณหนึ่งในสามของแก้วหรือตรงระดับที่แก้วกว้างมากที่สุด แล้วจับที่ก้านแก้วยกขึ้นส่องดูความใส ความขุ่น และสีของไวน์ไปพร้อมๆกับเปิดโอกาสให้ไวน์ได้หายใจสัมผัสกับอากาศ ดูเสร็จแล้วให้แกว่งแก้วเบาๆให้ไวน์หมุนวนเป็นการเร่งการทำปฏิกิริยากับออกซิเจนในอากาศเพื่อให้ไวน์ปลดปล่อยกลิ่นหอม (Aroma) ออกมาเต็มที่ จากนั้นยกแก้วไวน์ขึ้นมาจรดจมูกแล้วหลับตาสูดดม หลังการดมกลิ่นครั้งแรกให้แกว่งแก้วไวน์แรงๆแล้วสูดดมกลิ่นจางๆที่ซ่อนอยู่ (Bouquet) อีกครั้งหนึ่ง

จบการดมกลิ่นก็มาถึงการชิมรสของไวน์ (Body) การดื่มจังหวะแรกต้องแค่จิบเพียงเล็กน้อย อมไวน์ไว้ก่อนเพื่อที่จะให้ลิ้นได้สัมผัสและแยกแยะรสของมันก่อนแล้วถึงค่อยกลืนลงไป หลังจากกลืนแล้วให้สังเกตรสที่ยังเหลือค้างในปาก (After Taste) ว่าเป็นอย่างไรด้วย จากนั้นจึงจะเป็นการดื่มแบบเต็มคำต่อไป แล้วแก้วไวน์มีส่วนช่วยให้รสชาติของไวน์ดีขึ้นได้อย่างไรล่ะ?

wine-glass-3

ส่วนที่สำคัญที่สุดของแก้วไวน์ก็คือตัวแก้ว ทั้งขนาดและรูปทรงของตัวแก้วสร้างความแตกต่างในกลิ่นและรสของไวน์มากทีเดียว ตัวแก้วที่ใหญ่กว่ากว้างกว่าช่วยเพิ่มพื้นที่ของไวน์ให้สัมผัสกับอากาศได้มากกว่า กลิ่นของไวน์จึงถูกขับออกมาได้ดีกว่า ในขณะที่ตัวแก้วที่เล็กกว่าจะรักษาอุณหภูมิของไวน์ให้คงที่ได้ดีกว่า มุมของตัวแก้วที่เอียงเข้าจนถึงขอบแก้วช่วยกักกลิ่นของไวน์เอาไว้และทำให้มีกลิ่นเข้มข้นที่สุดตรงขอบแก้วช่วยให้การดมกลิ่นได้ดีขึ้น

ขอบแก้วต้องบางเพื่อที่จะให้การดื่มไวน์นั้นไหลลื่นนุ่มละมุน ที่สำคัญยังช่วยให้เกิดการสัมผัสที่อ่อนนุ่มในยามที่เอาปากไปแตะกับขอบแก้ว ก้านแก้วจำเป็นต้องมีเพื่อใช้จับแก้วขณะยกขึ้นดื่มเพราะหากจับที่ตัวแก้วจะทำให้อุณหภูมิของไวน์เพิ่มขึ้นมีผลให้รสชาติของไวน์เปลี่ยนไป รวมทั้งป้องกันไม่ให้กลิ่นจากมือของผู้ชิมเข้าไปปะปนกับกลิ่นของไวน์อีกด้วย แก้วไวน์ที่ทำจากคริสตัลจะบางกว่าและใสกว่าแก้วชนิดอื่น ช่วยให้การดื่มรู้สึกนุ่มละมุนกว่าและการส่องดูความใสและสีของไวน์ทำได้ดีกว่า

แก้วไวน์จึงถูกออกแบบให้เหมาะสมกับการดื่มไวน์แต่ละชนิด แก้วไวน์รูปทรงมาตรฐานสำหรับแต่ละชนิดของไวน์ที่มีอยู่ทั้งหมด 5 ชนิดเป็นดังต่อไปนี้

wine-glass-4

 

wine-glass-51. Red Wine

ตัวแก้วมีขนาดใหญ่ รูปทรงอ้วนและปากกว้าง เพื่อเพิ่มพื้นที่ให้อากาศเข้าไปทำปฏิกิริยาออกซิเดชั่น (Oxidation) กับไวน์ในแก้วซึ่งจะช่วยทำให้กลิ่นและรสของไวน์แดงนุ่มละมุนสมบูรณ์แบบมากขึ้น

 

wine-glass-62. White Wine

ตัวแก้วมีขนาดเล็กกว่าและเรียวกว่าของไวน์แดงเพื่อรักษาระดับอุณหภูมิได้นานกว่าและให้ Aroma คลุ้งมาตามแก้วไวน์ได้ดี อีกทั้งไวน์ขาวไม่ได้ต้องการปฏิกิริยาออกซิเดชั่นมากเท่าไวน์แดง

 

wine-glass-73. Champagne/Sparkling Wine

ตัวแก้วมีรูปทรงแคบและยาวเพื่อลดการสัมผัสกับอากาศของไวน์ซึ่งจะช่วยเก็บรักษาอุณหภูมิและความซ่าอันเป็นเอกลักษณ์ของไวน์ชนิดนี้ไว้ให้นานที่สุด ก้านแก้วจะยาวเป็นพิเศษเพื่อป้องกันมิให้ความร้อนจากมือผู้ชิมไปทำให้ความซ่าของไวน์ลดลง

 

wine-glass-84. Rosé Wine

ตัวแก้วมีขนาดปานกลางแต่เรียวและปากไม่กว้างคล้ายกับของไวน์ขาวเนื่องจากไวน์ชนิดนี้ไม่ได้ต้องการปฏิกิริยาออกซิเดชั่นมากนักเช่นกัน

 

wine-glass-95. Dessert/Sweet Wine

ตัวแก้วควรมีขนาดเล็กและสั้นเนื่องจากไวน์ชนิดนี้มีปริมาณแอลกอฮอล์สูง และมักจะมีหลายรูปทรงขึ้นอยู่กับระดับความหวานและปริมาณแอลกอฮอล์

สำหรับผู้รักการดื่มไวน์ส่วนใหญ่การเลือกใช้แก้วไวน์ที่ถูกต้องย่อมสามารถเติมเต็มประสบการณ์การดื่มไวน์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ แต่สำหรับบางคนกลับคิดว่าแก้วไวน์ที่ดีที่สุดนั้นเป็นความชอบส่วนตัวของแต่ละคนมากกว่า

“ฉันสนุกกับการชิมไวน์ที่แตกต่างจากแก้วที่แตกต่างกันเพื่อดูความหลากหลายและรสชาติที่แตกต่างกัน” Ganna Fedorova ผู้อำนวยการเครื่องดื่มประจำชาติของบริษัท City Winery เจ้าของธุรกิจเกี่ยวกับไวน์รายใหญ่ที่สหรัฐอเมริกากล่าว “ไวน์มีความลึกลับพอๆกับความเป็นวิทยาศาสตร์ เพราะอย่างน้อยครึ่งหนึ่งของไวน์ทุกชนิดเป็นเรื่องของเวทมนต์ล้วนๆ!”

 
ข้อมูลและภาพจาก howstuffworks, lucariscrystal


Leave a Reply

Your email address will not be published.