เปิดหลุมฝังศพพระเยซูคริสต์เป็นครั้งแรกในรอบหลายร้อยปี

นี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายศตวรรษที่มีการเปิดหลุมฝังศพที่เชื่อกันว่าเป็นของพระเยซูคริสต์ ณ โบสถ์ของสุสานศักดิ์สิทธิ์ที่เมืองเยรูซาเลม หลุมพระศพถูกปิดด้วยแผ่นหินอ่อนมาตั้งแต่อย่างน้อยก็ในปี ค.ศ. 1555 หรืออาจจะก่อนหน้านั้นอีกหลายศตวรรษ

แผ่นหินอ่อนถูกเคลื่อนย้ายออกไป เผยให้เห็นสุสานดั้งเดิมที่สร้างจากหินแกะสลักที่เชื่อว่าพระศพของพระเยซูคริสต์ถูกฝังไว้ นักโบราณคดีจะทำการทดสอบหลายอย่างเพื่อค้นหาคำตอบว่าพระองค์ถูกฝังไว้ตรงไหนและอย่างไร

ตามความเชื่อของคริสเตียน พระเยซูถูกฝังอยู่ในถ้ำหินแห่งหนึ่ง แท่นวางพระศพทำจากหินที่ตัดออกมาจากผนังถ้ำ ภายหลังจากที่พระองค์ถูกตรึงบนไม้กางเขนโดยชาวโรมันในปี ค.ศ. 30

ชาวคริสต์เชื่อว่าพระเยซูฟื้นคืนชีพหลังจากที่พระองค์สิ้นพระชนม์ไปแล้ว ในคัมภีร์ไบเบิลมีเรื่องเล่าว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งไปดูพระองค์หลังจากถูกฝังได้สามวัน แต่ไม่พบพระศพในถ้ำ

ใต้แผ่นหินอ่อนพวกเขาพบว่ามีชั้นของเศษหินสีเทาถมทับอยู่ ซึ่งยังไม่รู้ว่าเป็นอะไร พวกเขากำลังตรวจวิเคราะห์หินที่ใช้ทำแท่นวางพระศพกันอยู่ในขณะนี้

open-crist-tomb-2

“เมื่อแผ่นหินอ่อนถูกเลื่อนออกไป เราพบกับความประหลาดใจที่ได้เห็นวัสดุที่ถมทับอยู่ข้างใต้มัน” Fredrik Hiebert นักโบราณคดีของสมาคมเนชั่นแนล จีโอกราฟิก ซึ่งมีส่วนร่วมกับโครงการนี้ กล่าว “คงจะต้องทำการวิเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์อีกนาน แต่สุดท้ายแล้วเราก็จะทราบว่ารายละเอียดของหินดั้งเดิมที่ใช้วางพระศพของพระองค์”

การเปิดหลุมฝังศพนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการมูลค่า 4 ล้านดอลลาร์ ในการบูรณะสุสานและสิ่งก่อสร้างเป็นบ้านหลังเล็กๆที่สร้างครอบหลุมศพที่เรียกว่า “Edicule”

“เรากำลังอยู่ในช่วงวิกฤตของการบูรณะ Edicule”  Antonia Moropoulou หัวหน้าโครงการนี้ กล่าว “เทคนิคที่เราใช้ในการทำงานครั้งนี้จะถูกศึกษาและเปิดเผยออกไปโดยผู้คนที่เข้ามาในหลุมฝังศพของพระเยซู”

open-crist-tomb-3

หลุมฝังศพถูกเปิดหลังจากที่โบสถ์ปิดก่อนกำหนดเวลา เพื่อหลีกเลี่ยงนักท่องเที่ยวและผู้จาริกแสวงบุญที่หลัั่งไหลเข้ามาเยี่ยมชมทุกวัน เทียนไขที่ใช้ส่องสว่างให้กับ Edicule ถูกแทนที่ด้วยไฟก่อสร้างสว่างจ้า เพื่อให้นักวิจัยได้เปิดเผยสิ่งที่ไม่เคยเห็นกันมาก่อน

ชมวิดีโอวินาทีที่แผ่นหินถูกเปิดออกที่ด้านล่าง

 

ข้อมูลและภาพจาก nationalgeographic, independent



Leave a Reply

Your email address will not be published.