Crop Circles วงกลมปริศนากลางท้องทุ่งเกิดจากอะไรหรือฝีมือของใครกันแน่?

Crop Circles (ครอปเซอร์เคิล) วงกลมปริศนาที่เกิดขึ้นกลางทุ่งข้าวโพด ทุ่งข้าวสาลี ทุ่งข้าวบาร์เลย์ และทุ่งธัญพืชอื่นๆ พื้นที่บริเวณที่พืชล้มราบลงกับพื้นตัดกับบริเวณที่ยืนต้นตามปกติก่อให้เกิดรูปร่างและลวดลายรูปวงกลม วงแหวน และรูปทรงเรขาคณิตขนาดใหญ่โตมโหฬารมองเห็นได้ชัดเจนจากระยะไกล ปรากฏขึ้นอย่างลึกลับเพียงชั่วข้ามคืนอย่างน่าพิศวง มันเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติ หรือเป็นสัญลักษณ์ที่มนุษย์ต่าวดาวต้องการสื่อสารกับเรา หรือเป็นเพียงแค่เรื่องลวงโลก?

crop-circles-2
 
จุดเริ่มต้นและความเป็นมาของปริศนา Crop Circles

ชาวนามีการพูดถึงวงกลมประหลาดในท้องทุ่งมานานหลายศตวรรษเริ่มตั้งแต่ศตวรรษที่ 15 เป็นต้นมา ในปี 1678 มีจุลสารข่าวเล่าเรื่องชาวนาที่เมืองฮาร์ตฟอร์ดเชียร์ ประเทศอังกฤษ ผู้ซึ่งไม่ยอมจ้างคนงานตัดต้นพืชในทุ่งของเขา แล้วคืนหนึ่งเกิดไฟไหม้ทุ่งของเขาแต่พอรุ่งเช้ากลับพบว่าท้องทุ่งถูกตัดอย่างเรียบร้อยชนิดที่ใครจะทำแบบนั้นได้ จนถูกเรียกเป็นพวกปีศาจ “The Mowing-Devil” และนี่เป็นบันทึกครั้งแรกเกี่ยวกับ Crop Circles อย่างไรก็ตามนักวิจัยบางคนไม่ถือว่ากรณีนี้เป็น Crop Circles เพราะลำต้นพืชถูกตัดไม่ใช่โค้งงอล้มลง

crop-circles-3

จากนั้นก็มีรายงานเรื่องวงกลมประหลาดตามท้องทุ่งประปรายเรื่อยมาทั้งในประเทศอังกฤษและสหรัฐอเมริกาแต่ยังไม่ค่อยได้รับความสนใจมากนัก จนกระทั่งในปี 1980 ชาวนาที่มณฑลวิลท์เชอร์ ประเทศอังกฤษ ได้พบกับวงกลมขนาดราว 18 เมตรจำนวน 3 วงในทุ่งข้าวโอ๊ตของเขา มีนักวิจัยยูเอฟโอ (UFO) และนักข่าวได้เข้าไปตรวจสอบที่ฟาร์มและรายงานเรื่องที่เกิดขึ้น Crop Circles จึงเป็นที่รู้จักและได้รับความสนใจไปทั่วโลก

crop-circles-4
 
ยิ่งนานวันยิ่งมีขนาดใหญ่โต ลวดลายยิ่งสลับซับซ้อน

ในทศวรรษ 1980 มีการค้นพบ Crop Circles มากขึ้น โดยเฉพาะรอบๆเมืองวอร์มินสเตอร์ ในมณฑลวิลท์เชอร์ ช่วงต้นของทศวรรษนี้รูปทรงของมันยังคงเหมือนเดิมคือเป็นวงกลมหยาบๆ แต่ในกลางทศวรรษรูปทรงของมันเริ่มซับซ้อนขึ้น มีวงแหวนแตกออกไปและรูปทรงเรขาคณิตอื่นเพิ่มเข้ามา

crop-circles-5

Beckhampton, Wiltshire, UK : 1988

crop-circles-6

Warminster, Wiltshire, UK : 1990

crop-circles-7

Barbury Castle, Wiltshire, UK : 1991

crop-circles-8

Molesworth, Cambridgeshire, UK : 1993

ในทศวรรษ 1990 Crop Circles กลายเป็นจุดดึงดูดความสนใจของนักท่องเที่ยว ในปี 1990 ปีเดียวมี Crop Circles มากกว่า 500 แห่งผุดขึ้นในทวีปยุโรป และอีกสองสามปีต่อมาจำนวนก็เพิ่มเป็นหลายพัน ลวดลายของ Crop Circles ก็เพิ่มความสลับซับซ้อนยิ่งขึ้นและบางแห่งลวดลายมีลักษณะเป็นแผนภูมิรูปภาพ (Pictogram) และสัญลักษณ์บางอย่างที่ผู้สนใจต้องนำไปคิดตีความ

crop-circles-9

Amesbury, Wiltshire, UK : 1996

crop-circles-10

Broad Hinton, Wiltshire, UK : 1999

crop-circles-11

Beckhampton, Wiltshire, UK : 2000

นอกจากความซับซ้อนจะเพิ่มขึ้น ขนาดก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย Crop Circles ที่ใหญ่ที่สุดและสวยที่สุดแห่งหนึ่งพบที่เมืองมิลค์ฮิลล์ มณฑลวิลท์เชอร์ มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเกือบ 300 เมตร ประกอบด้วยวงกลม 409 วง วงกลมมีขนาดใหญ่สุดตั้งแต่ 20 กว่าเมตร จนถึงขนาดเล็กสุดเพียงแค่ฟุตเดียว

crop-circles-12

Milk Hill, Wiltshire, UK : 2001

ปัจจุบันนี้ได้มีรายงานการพบ Crop Circles กว่า 10,000 แห่งทั่วโลก ทั้งในประเทศอังกฤษ สหรัฐอเมริกา รัสเซีย แคนาดา และประเทศอื่นๆรวมเกือบ 30 ประเทศ สำหรับที่ประเทศอังกฤษที่มีการพบ Crop Circles มากที่สุดนั้นส่วนใหญ่จะเกิดทางภาคใต้ และ 90 เปอร์เซนต์อยู่ในรัศมี 50 ไมล์จากสโตนเฮนจ์ (Stonehenge)

crop-circles-13

Silbury Hill, Avebury, Wiltshire, UK : 2004

crop-circles-14

Aldbourne, Wiltshire, UK : 2007

crop-circles-15

Alton Priors, Wiltshire, UK : 2008

crop-circles-16

Kingstone Winslow, Oxfordshire, UK : 2009

crop-circles-17

Beckhampton, Wiltshire, UK : 2000West Kennett, Wiltshire, UK : 2009

crop-circles-18

Cherhill, Wiltshire, UK : 2011

แต่คำถามคือใครหรืออะไรเป็นผู้สร้างเจ้าสัญลักษณ์ที่ลึกลับและสวยงามกลางท้องทุ่งขึ้นมา คำตอบในเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ บางคนเชื่อว่าเป็นผลงานของยูเอฟโอ บางคนบอกว่าเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติ แต่บางคนกลับมั่นใจว่าเป็นเรื่องลวงโลกโดยฝีมือมนุษย์เรานี่เอง
 
เบื้องหลังสัญลักษณ์ปริศนาอาจเป็นผู้ส่งสารจากต่างดาว

ทฤษฎีแรกที่เป็นไปได้และมีคนเชื่อไม่น้อยคือเป็นผลงานของยูเอฟโอและมนุษย์ต่างดาว บ้างก็ว่าเชื่อเป็นรอยการลงจอดของจานบินหรือมนุษย์ต่างดาวในจานบินสร้างขึ้นมา บ้างก็เชื่อว่านี่เป็นข่าวสารที่ส่งมาถึงชาวโลกจากดวงดาวอันไกลโพ้น สิ่งที่ทำให้ผู้คนเชื่อในทฤษฎีนี้คือการที่มีพยานพบเห็นแสงไฟคล้ายยูเอฟโอและเสียงประหลาดที่ดังมาจากท้องทุ่งในคืนที่เกิด Crop Circles นั่นเอง

crop-circles-19

คืนหนึ่งในปี 1972 สองหนุ่มชาวอังกฤษ Arthur Shuttlewood และ Bryce Bond ได้ซ่อนตัวบริเวณเนินเขาสตาร์ฮิลใกล้เมืองเวสมินเตอร์ เพื่อเฝ้าดูปรากฏการณ์แสงประหลาดซึ่งเกิดขึ้นในแถบนั้นมานานเกือบทศวรรษ เชื่อกันว่ามันคือยูเอฟโอ คืนนั้นทั้งสองผิดหวังเมื่อไม่พบยูเอฟโอ แต่กลับพบร่องรอยบางอย่างที่อาจเกี่ยวข้องกันนั่นคือพืชที่ล้มราบเป็นวงกลม ซึ่งต่อมาเรียกกันว่า Crop Circles สี่ปีต่อมาในปี 1976 Edwin Fuhr ชาวนาที่เมืองแลงเกนเบิร์ก ประเทศเยอรมัน อ้างว่าเห็นยานรูปโดมสีเงินหลายลำบินอยู่เหนือท้องทุ่ง หลังจากที่ยานเหล่านี้จากไปแล้วเขาก็พบ Crop Circles หลายแห่งในบริเวณนั้น และนี่เป็นที่มาของความเชื่อในทฤษฎียูเอฟโอ

ความเชื่อเกี่ยวกับยูเอฟโอมักจะมีจุดอ่อนในเรื่องหลักฐานที่สามารถพิสูจน์ได้ทางวิทยาศาสตร์ ส่วนใหญ่จะเป็นเพียงการกล่าวอ้างและสภาพแวดล้อมบางอย่างที่ทำให้เกิดความเชื่อขึ้นได้ เรื่อง Crop Circles ก็เป็นแบบเดียวกัน ต่อมามีการปล่อยวิดีโอที่อ้างว่าถ่ายได้ตอนที่ยูเอฟโอกำลังสร้าง Crop Circles ให้เห็นกันจะจะ (คลิกชมวิดีโอด้านล่าง) ทำให้ผู้คนทึ่งกันมาก อย่างไรก็ตามภาพถ่ายหรือวิดีโอเกี่ยวกับยูเอฟโอมักจะมีการพิสูจน์ในภายหลังว่าไม่จริง

 
 
หากเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติมันเกิดขึ้นได้อย่างไร

มีหลายทฤษฎีที่เป็นไปได้ว่า Crop Circles เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติ หนึ่งในนั้นเป็นทฤษฎีที่เชื่อว่าเกิดจากกระแสลมหมุนวนที่เรียกว่า Vortices ซึ่งเป็นกระแสลมที่หมุนเป็นลำในระดับสูงแล้วเคลื่อนตัวลงมาที่พื้นทำให้ต้นพืชล้มราบลง Vortices มักจะเกิดในบริเวณพื้นที่เนินเขาแบบเดียวกับพื้นที่บางแห่งทางตอนใต้ของอังกฤษ ทฤษฎีนี้ได้รับการสนับสนุนจากผลการทดลองของ Ohtsuki นักวิทยาศาสตร์ชาวญี่ปุ่น โดยเขาใส่พลาสมา (Plasma Fireballs) ลงในถาดแป้ง ผลปรากฏว่ามันทำให้เกิดวงแหวนสองชั้นรอบศูนย์กลาง

Terence Meaden ศาสตราจารย์ทางฟิสิกส์และนักอุตุนิยมวิทยาจากองค์การวิจัยพายุและทอร์นาโดที่มณฑลวิลท์เชอร์ ประเทศอังกฤษ บอกว่ากระแสลม Vortices ที่สร้าง Crop Circles ถูกประจุพลังงาน เมื่ออนุภาคฝุ่นถูกจับเข้าไปในกระแสลมหมุนวน ได้รับประจุไฟฟ้า มันสามารถเปล่งแสงได้ ซึ่งสามารถอธิบายการที่มีผู้เห็นแสงไฟคล้ายยูเอฟโอใกล้กับบริเวณที่พบ Crop Circles แนวคิดของเขาเรียกว่าทฤษฎี Plasma Vortex

ปี 1990 William Levengood นักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกันได้นำต้นพืชภายใน Crop Circles ที่โดยทั่วไปลำต้นจะล้มอยู่เหนือพื้นดินประมาณ 1 นิ้วและมีลักษณะโค้งงอไม่แตกหัก มาตรวจสอบในห้องแล็บและพบว่าโครงสร้างของเซลล์ (Cell Pit) ของต้นพืชเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม เซลล์ขยายตัวเหมือนได้รับความร้อนแบบเดียวกับการถูกอบในเตาไมโครเวฟ Levengood เชื่อว่าอะไรก็ตามที่ทำให้เกิด Crop Circles จะต้องใช้พลังงานที่เร็วและหนาแน่นจากพลังงานไมโครเวฟบางชนิดจนทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเซลล์ ทฤษฎีนี้เรียกว่า Microwave Transient Heating

crop-circles-20

อีกทฤษฎีหนึ่งที่เป็นไปได้คือเกิดจากคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (Electromagnetic Radiation) นักวิทยาศาสตร์ได้ตรวจวัดพบว่ามีสนามแม่เหล็กเข้มข้นสูงภายใน Crop Circles และผู้ที่เข้าเยี่ยมชมบางคนบอกว่ารู้สึกเสียวแปลบปลาบตามร่างกายขณะเข้าไปข้างในหรืออยู่ใกล้ๆ Crop Circles

แต่ทุกทฤษฎีที่เชื่อว่าเป็นปรากฎการณ์ธรรมชาติไม่สามารถอธิบายได้เลยว่าพลังงานเหล่านั้นจะสามารถทำให้ Crop Circles มีลวดลายที่สลับซับซ้อนวิจิตรพิสดารแบบที่เห็นกันได้อย่างไร

หรือทั้งหมดเป็นเรื่องลวงโลกโดยฝีมือของคนพิเรนทร์

คำอธิบายที่ง่ายที่สุดสำหรับ Crop Circles ก็คือเกิดจากฝีมือของมนุษย์เรานี่แหละ คนพิเรนทร์บางกลุ่มเริ่มทำขึ้นเพื่อความสนุกหรือทำให้นักวิทยาศาสตร์งงงวย แต่พอเรื่องนี้มีคนสนใจก็มีคนทำตามมากขึ้นพร้อมกับสร้างลวดลายที่แตกต่างออกไป พอมันดึงดูดให้นักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชมสามารถสร้างรายได้ เลยกลายเป็นกระแสให้ผู้ที่สนใจและมีฝีมือด้านนี้รวมกลุ่มกันทำไปทั่ว พร้อมกับเพิ่มความคิดสร้างสรรค์ทำลวดลายให้สวยงามแปลกตาและมีขนาดที่ใหญ่โตมากยิ่งขึ้น เพื่อเพิ่มสเน่ห์ดึงดูดใจผู้ชมและนำไปสู่ธุรกิจภาพถ่ายและสิ่งพิมพ์เกี่ยวกับ Crop Circles

ปี 1991 ชายชาวอังกฤษสองคน Doug Bower และ Dave Chorley ที่เรียกกันว่า “Doug and Dave” ได้ออกมาเปิดเผยกับหนังสือพิมพ์ว่า Crop Circles เป็นเรื่องหลอกลวงเพราะมันเกิดจากฝีมือของมนุษย์ โดยอ้างว่าพวกเขาเป็นผู้สร้างมันขึ้นมารวมแล้วกว่า 1,000 แห่ง ตั้งแต่ปี 1978 โดยใช้ไม้กระดานขนาด 4 ฟุต และเชือกเป็นเครื่องมือ และมีนักหลอกลวงกลุ่มอื่นๆออกปฏิบัติการในยามค่ำคืนแบบเดียวกับพวกเขาด้วย ซึ่งน่าจะนำไปสู่จุดจบของเรื่องที่เป็นหนึ่งในความลึกลับที่สุดของอังกฤษและของโลกได้แล้ว แต่ปรากฏการณ์ Crop Circles ไม่ได้หายไปพร้อมกับการเผยตัวของนักหลอกลวงคู่นี้ กลับพุ่งสูงขึ้นในปีถัดไป ต่อมาเกิดข่าวลือว่ารัฐบาลอังกฤษเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง Doug and Dave เพื่อต้องการเบี่ยงเบนความสนใจของผู้คนจากเรื่องที่ไม่สามารถอธิบายได้นี้

ปี 2000 ชายชาวอังกฤษกลุ่มหนึ่งได้ออกมาเปิดเผยตนเองว่าเป็นผู้สร้าง Crop Circles ที่วิจิตรพิสดารหลายสิบแห่งในภาคใต้ของอังกฤษมากว่า 11 ปี พวกเขาเรียกตนเองว่า “Circlemakers” โดยใช้คอมพิวเตอร์ร่างรูปแบบก่อน พวกเขาได้รับเชิญจากสื่อมวลชนให้สาธิตการสร้าง Crop Circles ที่มีความซับซ้อนหลายครั้งซึ่งพวกเขาก็ทำได้จริงๆ ปัจจุบันพวกเขามีเว็บไซต์ที่แสดงผลงานและเสนอข่าวสารเกี่ยวกับ Crop Circles เป็นประจำ

ด้านล่างเป็นวิดีโอสาธิตวิธีการสร้าง Crop Circles ที่ทำขึ้นใกล้กับเนินเขา Silbury Hill ประเทศอังกฤษ เมื่อปี 2001 ใช้เวลาในการสร้างราว 4 ชั่วโมง

 
 
นักวิจัยมีข้อสรุปเรื่องนี้อย่างไร

มีนักวิจัยจำนวนมากได้ทำการศึกษาเรื่อง Crop Circles มานานหลายทศวรรษแล้ว แต่ยังไม่มีงานวิจัยชิ้นใดที่มีข้อสรุปอย่างชัดเจนแบบสิ้นข้อสงสัย ทฤษฎีที่นำเสนอกันออกมามีจุดอ่อนหรือข้อโต้แย้งในบางกรณีอยู่เสมอ อย่างเช่น ทฤษฎีที่เชื่อว่าเกิดจากพลังงานจากธรรมชาติจะไม่สามารถอธิบายในประเด็นความสลับซับซ้อนของลวดลายได้ หรือทฤษฎีมนุษย์เป็นผู้สร้างก็จะขัดแย้งกับเรื่องโครงสร้างของเซลล์ที่เปลี่ยนไป

งานวิจัยที่น่าสนใจที่สุดชิ้นหนึ่งเป็นของ Colin Andrews นักวิทยาศาสตร์อังกฤษซึ่งศึกษา Crop Circles มาเป็นเวลา 17 ปี ในปี 2000 Andrews ได้เปิดเผยผลวิจัยว่าราว 80 เปอร์เซ็นต์ของ Crop Circles เป็นฝีมือของมนุษย์ Crop Circles เหล่านี้จะมีรูปทรงซับซ้อนและวิจิตรพิสดาร ส่วนที่เหลือซึ่งมีรูปทรงง่ายๆนั้น เขาเชื่อว่ามันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของสนามแม่เหล็กในบริเวณนั้น ซึ่งทำให้เกิดกระแสไฟฟ้าและกระแสไฟนี้เองเป็นตัวการทำให้พืชล้มลง มีงานวิจัยที่พบว่า Crop Circles บางแห่งทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น ไมโครโฟนหรือเครื่องบันทึกเสียงถูกรบกวนจนใช้การไม่ได้ รวมทั้งผู้ที่อยู่ในบริเวณนั้นจะรู้สึกปวดศีรษะหรือมีอาการคลื่นไส้ซึ่งสนับสนุนทฤษฎีนี้ นักวิทยาศาสตร์บางคนเชื่อว่ามันเกิดจากพลังงานที่ตกค้าง

ทุกวันนี้นักวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่เชื่อว่ามีทฤษฎีเดียวเท่านั้นที่จะอธิบายการเกิดของ Crop Circles ได้นั่นคือทฤษฎีมนุษย์เป็นผู้สร้าง แต่อย่างไรก็ตามนักวิจัย Crop Circles ก็ยังเชื่อเหมือนกับ Colin Andrews ว่ามันไม่ใช่ทั้งหมดที่เกิดจากฝีมือมนุษย์ งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ของนักวิจัยหลายกลุ่มจึงยังดำเนินอยู่ต่อไป

เรื่องลึกลับที่หาคำตอบไม่ได้แบบนี้แหละที่ผู้คนสนใจใคร่รู้ เรื่องของ Crop Circles จึงเป็นแรงบันดาลใจนำไปสู่การสร้างภาพยนตร์เรื่อง Signs สัญญาณสยองโลก นำแสดงโดยเมล กิ๊บสัน ออกฉายในปี 2002 กวาดรายได้ทั่วโลกไปกว่า 400 ล้านดอลลาร์

 

ข้อมูลและภาพจาก howstuffworks, wikipedia, cropcirclesdatabase

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *